อย่างบ้าคลั่ง
หลี่เยว่หานเห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขันขึ้นมาเล็กน้อย “กินช้าลงหน่อย ไม่มีผู้ใดแย่งเจ้ากินหรอก”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ จงเจิ้งหลิงซีก็ย่นจมูก “วันนี้เจ้าเป็นคนทำอาหารอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่” หลี่เยว่หานเห็นว่าหลิงซีไม่ยอมขยับตะเกียบ จึงวางน้ำต้มข้าวชามหนึ่งไว้ด้านหน้านาง “เจ้าเพิ่งจะตื่น ดื่มน้ำต้มข้าวเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนเถอะ”
ทว่าหลิงซีกลับแสดงสีหน้าแข็งกร้าวออกมา ก่อนจะผลักชามและตะเกียบออกไป จากนั้นก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ
เมื่อมองไปที่แผ่นหลังเล็ก ๆ ของเด็กหญิง หญิงสาวก็อดนึกถึงคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วนขึ้นมาไม่ได้
“หลิงซีไม่ชอบเจ้าเพราะว่านางมองว่าเจ้าเป็นคู่แข่งด้านความรัก นางต้องการโตมาเพื่อแต่งงานกับข้า”
เดิมทีหลี่เยว่หานไม่ได้สนใจอะไรกับประโยคนี้อย่างจริงจัง ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าจงเจิ้งหลินซีจะถือว่าเธอเป็นคู่แข่งด้านความรักจริง ๆ!
เมิ่งฉีฮ่วนผู้นี้ช่างหน้าไม่อายเป็นอย่างยิ่ง หลิงซียังเด็กถึงเพียงนี้ ทั้งยังเป็นลูกของพี่น้องร่วมสาบาน เขากลับลงมือได้อย่างไม่ละอายใจ
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ความรังเกียจของหลี่เยว่หานที่มีต่อเมิ่งฉีฮ่วนก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
มู่ชวนเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ครู่หนึ่งจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าน้องสาวของตนไม่อยู่แล้ว เขาจึงเงยหน้าจากชามข้าวมองไปที่หลี่เยว่หานด้วยความฉงน “หลิงซีหนีไปอีกแล้วหรือ?”
“เหตุใดจึงกล่าวว่าอีกแล้ว?” หลี่เยว่หานเอียงศีรษะถาม
“เพ