ราะหลิงซีไม่ชอบท่าน” มู่ฉวนกล่าวออกมา หลังจากดื่มน้ำต้มข้าวที่หลี่เยว่หานวางให้หลิงซีเข้าไปแล้ว เขาก็ลูบหน้าท้องที่นูนออกมาด้วยความพึงพอใจ “หลิงซีก็เป็นเช่นนี้ ท่านไม่ต้องสนใจนาง ประเดี๋ยวนางก็จะแอบออกมากินข้าวเอง”
ฟังแล้วหลี่เยว่หานก็อดรู้สึกสนใจขึ้นมาไม่ได้ “หรือว่านางเคยโมโหแล้วไม่ยอมกินข้าวมาก่อน?”
“เป็นเรื่องปกติของบ้านไปแล้ว!” มู่ชวนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มระรื่น “ไม่รู้ว่านางเรียนเรื่องนี้มาจากผู้ใด จู่ ๆ นางก็บอกว่าโตขึ้นไปแล้วอยากจะแต่งงานกับอาเมิ่ง แต่อาเมิ่งอายุห่างจากนางมาก ทว่าพูดเท่าไหร่หลิงซีก็ไม่ฟัง ยามนั้นพวกเราทำเพียงแค่เกลี้ยกล่อมให้นางเลิกคิดจะแต่งงานกับอาเมิ่ง นางกลับอดอาหารต่อต้าน”
“ตอนแรกข้ากับอาเมิ่งคิดว่านางอดอาหารจริง ๆ แต่หลังจากนั้นก็พบว่า เมื่อพวกเราออกไปข้างนอกแล้ว หลิงซีจะแอบออกไปที่ครัวเพื่อหาอะไรกิน”
พูดจบแล้ว จงเจิ้งมู่ชวนก็ถอนหายใจออกมา แสร้งทำเป็นวางมาดขรึมก่อนพูด “ไต่ถามรักคือสิ่งใด แม้เป็นตายขออยู่เคียงคู่!*[1]”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “เอาล่ะ เจ้าก็อย่ามัวแต่ทำท่าทางเช่นนั้น รีบเก็บของแล้วไปเข้าเรียนเถอะ จะได้ไม่สาย”
“ใช่แล้ว!” มู่ชวนตอบรับ ก่อนจะกระเด้งตัวออกจากเก้าอี้แล้วออกไปอย่างว่องไว จากนั้นก็หยิบกระเป๋าหนังสือแล้วจากไปอย่างเร่งรีบ
หลี่เยว่หานมองดูเขาออกจากบ้าน ก่อนจะเริ่มเก็บของบนโต๊ะ
แม้จงเจิ้งมู่ชวนจะกล