่าวว่าเด็กหญิงจะแอบออกมาหาอะไรกินเองตอนที่ไม่มีใครอยู่ แต่หลี่เยว่หานรู้สึกว่าไม่อาจทำเช่นนี้ได้ จำเป็นต้องสั่งสอนเด็กให้ถูกต้องจะได้ไม่เคยตัว
ดังนั้นหลี่เยว่หานจึงเก็บอาหารทั้งหมด แล้วกลับไปทิ้งตัวลงนอนในห้อง
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม ก็มีคนมาเคาะประตูห้องของหลี่เยว่หานอย่างแรง หลี่เยว่หานเลิกคิ้วขึ้น ทว่าไม่ได้ตอบสนองอันใด
เสียงเคาะประตูดังต่อไปอีกพักหนึ่ง ก่อนเสียงของจงเจิ้งหลิงซีจะดังออกมาจากด้านนอก “นังหญิงโสโครก! เจ้าเอาอาหารทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ไหน! ต้องการให้ข้าอดตายหรืออย่างไร!”
เฮ้อ…แม่นางน้อยผู้นี้ช่างไร้มารยาทเสียจริง!
หลี่เยว่หานไม่ตอบสนองใดต่อการเคลื่อนไหวด้านนอกประตู
จงเจิ้งหลิงซียังคงตะโกนต่อไปสักพัก เมื่อพบว่าหลี่เยว่หานไม่ตอบสนอง สุดท้ายก็อดเกิดความเดือดดาลขึ้นมาไม่ได้ “รออาเมิ่งกลับมาก่อนเถอะ ข้าจะบอกเขาว่าเจ้าทรมานข้า! ฮึ่ม!”
ได้ยินเช่นนี้แล้ว หลี่เยว่หานก็เลิกคิ้วขึ้น
กว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะกลับมาก็เป็นช่วงพลบค่ำแล้ว เธอไม่เชื่อว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะทนหิวได้นานถึงตอนนั้น
ตอนเที่ยง หลี่เยว่หานกำลังจัดเตรียมอาหารไว้รอมู่ชวนกลับมากินข้าว จงเจิ้งหลิงซีก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“เหตุใดตอนเช้าเจ้าจึงซ่อนตัวอยู่ในห้องไม่ส่งเสียงอะไร!” นางมองไปที่หลี่เยว่หาน น้ำเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง
หลี่เยว่หานชำเลืองมองนาง ทว่าไม่ได้สนใจอะไร
“ข้ากำลังคุยกับเจ