้าอยู่นะ!” จงเจิ้งหลิงซีขึ้นเสียง
ครั้งนี้หลี่เยว่หานไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง ยังคงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ
“หญิงโสโครก!” จงเจิ้งหลิงซีโกรธจัดจนตั้งใจจะปาก้อนหินก้อนเล็กในมือใส่หลี่เยว่หาน ทว่าโดนจงเจิ้งมู่ชวนที่เพิ่งกลับมาจากการเรียนและรีบวิ่งเข้าไปในครัว โดยไม่ได้กระทั่งแม้แต่จะวางกระเป๋าหนังสือลงเห็นเข้าพอดี
“หลิงซี!” จงเจิ้งมู่ชวนรีบร้องเรียกนาง จากนั้นก็วิ่งไปเบื้องหน้า คว้าเอาก้อนหินออกมาจากมือของเด็กหญิง “เจ้าคิดจะทำอะไร!”
“ฮือออ…” จงเจิ้งหลิงซีน้ำตาไหลทันทีที่เห็นจงเจิ้งมู่ชวน นางร้องไห้ออกมาก่อนชี้ไปที่หลีเยว่หาน “นางรังแกข้า นางซ่อนอาหารทั้งหมดเอาไว้ ข้าไปเคาะประตูนางก็ไม่สนใจ ฮือ….หลิงซีหิวมาก…”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น จงเจิ้งมู่ชวนก็อารมณ์ไม่ดีขึ้นมา เขาหันไปมองหลี่เยว่หานทันทีแล้วกล่าวออกมา “เหตุใดท่านจึงซ่อนอาหารทั้งหมดเอาไว้! ท่านเห็นว่าพวกเราสองคนเป็นเพียงลูกติดของอาเมิ่งเช่นนั้นหรือ! ท่านเพิ่งจะเข้ามา ทำเช่นนี้กับน้องสาวข้าได้อย่างไร!”
หลี่เยว่หานเอียงศีรษะ ไม่เอ่ยอธิบายสิ่งใด ทำเพียงแต่วางอาหารทั้งหมดไว้บนโต๊ะก่อนพูดขึ้น “มากินข้าวกันได้แล้ว”
“ข้าไม่ต้องการกินอาหารที่นังผู้หญิงโสโครกนี่ทำขึ้นมา!” หลิงซีประกาศกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็มองนางอย่างสบาย ๆ “ตกลง ถ้าเจ้าไม่อยากกินอาหารที่ข้าทำ เช่นนั้นก็ไม่ต้องมองหาของกินบนโต๊ะแล้ว เพราะทั้งหมดนั่น