อน
หลี่เยว่หานอดแอบถอนหายใจไม่ได้ กล่าวกันว่าเด็กในบ้านยากจนจะดูแลคนในบ้านเป็นเร็ว เด็กคนนี้รู้ความมากเกินไปแล้ว!
“ไม่เป็นไร แค่ทำอาหารเท่านั้น” หลี่เยว่หานยิ้มให้กับจงเจิ้งมู่ชวน “อีกทั้ง ไม่ใช่ว่าข้าให้เจ้าช่วยก่อไฟหรอกหรือ ก่อไฟนับเป็นงานที่เหนื่อยที่สุดแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงอ่อนโยนของหลี่เยว่หาน ภายในใจของจงเจิ้งมู่ชวนก็อบอุ่นขึ้นมา เขาเดินไปก่อไฟอย่างว่าง่าย
วัตถุดิบในครัวมีอยู่อย่างจำกัด เครื่องปรุงเองก็มีไม่มาก หลี่เยว่หานทำมันฝรั่งผัด และผัดถั่วแขก สุดท้ายก็ใส่ข้าวสวยลงในหม้อ หลังจากน้ำเดือดแล้วจึงตักข้าวที่กึ่งสุกออกมาใส่ในถังที่ถูกปูเอาไว้ด้วยผ้ายาว จากนั้นเทน้ำต้มข้าวเก็บเอาไว้
“มู่ชวน เร่งไฟสักหน่อย หลังจากข้าวสุกก็พร้อมทานแล้ว” หลี่เยว่หานกล่าว เธอมองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบแผ่นไม้ไผ่*[1]รองก้น จึงเอาไม้ไผ่สองสามท่อนออกมาจากกองฟืนมาทำเป็นแผ่นไม้ไผ่ขนาดพอประมาณ จากนั้นก็ใส่มันลงในถังสำหรับหุงข้าว
หลังจากนั้นเธอก็หันมาพบกับจงเจิ้งมู่ชวนที่มีสีหน้าตื่นตะลึง
“มีอะไรหรือ?” หลี่เยว่หานงุนงงเล็กน้อย เด็กคนนี้ตื่นตะลึงกับสิ่งใด?
“ท่าน…ท่าน…” จงเจิ้งมู่ชวนชี้นิ้วมา ก่อนจะพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อย “ท่านสามารถบิดไม้ไผ่เข้าด้วยกันโดยใช้มือเปล่าอย่างนั้นหรือ?”
ได้ยินเช่นนี้แล้ว หลี่เยว่หานก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เจ้าเด็กโง่ ไม้ไผ่นั้นอ่อนนุ่มเป็นอย่างมาก อีกอย่างนี่ไม่เรียกว่าบิดเข้า