มู่บ้านเฮยถู่อยู่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาทันที…
แต่ว่า…ที่นี่คือที่ใดกัน? เด็กสองคนนี้คือใครกัน?
ราวกับได้ยินหลี่เยว่หานยกถ้วยยาดื่มด้วยตนเอง เด็กชายตัวน้อยที่ปลอบเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ พลางหันไปพูดกับหลี่เยว่หาน “ท่านอาเมิ่งบอกว่า หากท่านฟื้นก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ถ้าหากรู้สึกหิวก็กินข้าวในห้องครัวได้ ท่านอาเมิ่งจะกลับมาตอนกลางวัน”
เด็กชายพูดจบ จึงจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยออกจากห้องไป เหลือเพียงหลี่เยว่หานที่สับสนโดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นเช่นไรไว้เพียงผู้เดียว
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่รู้ว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ใด แต่หลี่เยว่หานรู้สึกว่าร่างกายกำลังอ่อนแอมาก และยังไม่รู้สึกหิว หลี่เยว่หานจึงนอนหลับไปอีกครั้ง
ด้วยความงุนงง หลี่เยว่หานไม่รู้ว่านอนหลับไปนานเพียงใด จู่ ๆ ก็รู้สึกกว่ามีคนกำลังจ้องมองตนอยู่ จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
“ดูนั่น! ท่านอาเมิ่ง! ข้าไม่ได้พูดผิด! นางฟื้นแล้วจริง ๆ!” น้ำเสียงตื่นเต้นของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นมา หลี่เยว่หานจ้องมองชายที่ตนแทบจะไม่รู้จักตรงหน้า และระวังตัวขึ้นมาทันที
ราวกับเห็นถึงความตื่นกลัวของนาง ชายหนุ่มจึงเผยรอยยิ้มที่ดูใจดีออกมา จากนั้นพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เจ้าไม่ต้องกลัว ที่นี่คือบ้านของข้า ข้ามีนามว่าเมิ่งฉีฮ่วน เพื่อเป็นการชดใช้หนี้ พ่อและแม่ของเจ้า จึงมอบเจ้าให้แต่งเป็นภรรยาข้าแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สมองของหล