นว่า มีชายร่างสูงแต่ปิดอำพลางใบหน้าของตนไว้ได้เดินออกมา
ถึงแม้จะมองไม่ชัดเจนว่าชายผู้นี้มีรูปลักษณ์เป็นเช่นไร แต่หลี่หรงหรงกลับต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“พี่ชาย! ท่านคิดว่าเราควรทำเช่นไรดี!” เมื่อชายหน้าบากเห็นชายที่เดินออกมา ท่าทางดุร้ายเมื่อครู่จึงถูกแทนที่ด้วยความเคารพยำเกรงในทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่หรงหรงจึงยิ่งรู้สึกใจเต้นเร็วขึ้นมา ดูเหมือนว่าสายตาจะจับจ้องอยู่บนร่างของชายผู้นั้นจนไม่อาจละสายตาออกมาได้
“มีชีวิตต้องพบคน ตายก็ต้องพบศพ” เมิ่งฉีฮ่วนพูดขึ้นมาสั้น ๆ
เมื่อชายหน้าบากได้ยินเช่นนั้น ก็รีบหันไปจ้องมองหวังเฟิ่งด้วยแววตาดุร้ายทันที “ศพของหลี่เยว่หานอยู่ที่ใด!”
“อยู่…” หวังเฟิ่งคิดจะชี้นิ้วไปยังห้องของหลี่เยว่หาน แต่กลับถูกหลี่ต้าเฉิงรั้งไว้เสียก่อน
“พวกพี่ชาย ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดเยว่หานจึงเป็นหนี้พวกท่านมากมายเช่นนี้ แต่คนก็ได้ตายจากไปแล้ว หรือพวกท่านยังต้องการนำร่างไร้วิญญาณของนางไปด้วยอย่างนั้นหรือ!” ตอนนี้หลี่ต้าเฉิงไม่สนใจว่าหลี่เยว่หานจะเป็นหรือตาย แต่เพียงแค่ต้องการให้คนเหล่านี้ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
เมื่อคิดถึงอาการหายใจโรยราของหลี่เยว่หานเมื่อครู่แล้ว มีโอกาสสูงที่จะรักษาไม่ได้แล้ว
“ลูกพี่ของเราพูดแล้ว มีชีวิตต้องพบคน ตายก็ต้องพบศพ!” ชายหน้าบากพูดพลางแสดงสีหน้าโมโหออกมา
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวประโยคนี้ออกมา หลี่ต้าเฉิงรู้สึกโกรธมากและต้องการพูดอะไรบาง