และหวังเฟิ่งเห็นว่าไม่สามารถรั้งนางไว้ได้ จึงรีบเอามือปิดปากนางเพื่อไม่ให้นางพูดต่อไปอีก
“ท่านพี่! ท่านเจรจากับพี่ชายพวกนี้เสียก่อนเถิด ข้าจะพาหรงหรงกลับห้องเสียก่อน!” ไม่รู้ว่าหวังเฟิ่งกำลังมีความคิดอะไรอยู่ จึงรีบปิดปากหลี่หรงหรงและรีบพานางเข้าไปในห้องของหลี่เยว่หานทันที
“ท่านแม่ เหตุใดท่านต้องขวางข้าไว้! ชายผู้นั้นกำลังพูดจาดูถูกข้า!” หลี่หรงหรงตะโกนเสียงดัง
หวังเฟิ่งรีบปิดประตูทันที นางรีบเอานิ้วชี้ส่งสัญญาณให้หลี่หรงหรงเงียบเสียงลง จากนั้นจึงรีบสาวเท้าเดินไปยังหลี่เยว่หานที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง สูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนจะเอามือไปอังใต้จมูกของหลี่เยว่หาน
เมื่อเห็นการกระทำของหวังเฟิ่ง หลี่หรงหรงจึงอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ “ท่านแม่ ท่านกำลังทำสิ่งใดกัน?”
หญิงสาวกลับเห็นสีหน้าของหวังเฟิ่งดีอกดีใจขึ้นมา “ยังโชคดี ถึงแม้ลมหายใจจะอ่อนแรง แต่ก็ยังไม่หมดลมหายใจ! หรงเออร์ เจ้ารีบออกไปตะโกนเสียงดัง ๆ ว่าหลี่เยว่หานยังมีชีวิตอยู่!”
“เพราะเหตุใดกัน!” หลี่หรงหรงรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา “ข้าคิดว่าควรจะรีบใช้มีดแทงนางให้ตายเสียจะดีกว่า!”