วังเฟิ่งเห็นท่าทางมุ่งมั่นของหลี่ต้าเฉิงจึงไม่คิดเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง และกลับออกคำสั่งให้หลี่หรงหรงไปเชิญหมอหลิงมา
หมอหลิงเป็นหมอเท้าเปล่า ไม่มีใบรับรองใด ๆ จึงทำได้เพียงขาย ‘สูตรยาลับของบรรพบุรุษ’ หากเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยก็ยังพอที่จะลองเสี่ยงดูได้ แต่ถ้าหากอาการร้ายแรงเขาก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
ขณะที่หลี่หรงหรงกำลังจะเดินออกจากประตูไปนั้น ประตูใหญ่กลับถูกเปิดออก และมีคนสองสามคนเดินเข้ามาพอดี
“พวกเจ้าคือใครกัน!” หลี่หรงหรงถอยหลังกลับมาสองสามก้าว พลันเอ่ยถามด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย
ผู้ที่เข้ามานั้นมีใบหน้าดุร้าย ดูแล้วไม่น่ายุ่งเกี่ยวด้วยเท่าไหร่นัก…
“หลี่เยว่หานอยู่ที่นี่หรือไม่?” ผู้ที่เดินนำเข้ามานั้นเอ่ยถามด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน
เมื่อได้ยินว่าผู้ที่เข้ามานั้นถามหาหลี่เยว่หาน หวังเฟิ่งจึงผลักหลี่ต้าเฉิงที่กำลังอุ้มหลี่เยว่หานไว้ให้เข้าไปในห้อง จากนั้นจึงเดินออกมาต้อนรับด้านหน้าบ้านพลางฉีกยิ้ม “ไม่ทราบว่าพวกท่านมาตามหาลูกสาวบ้านเราไปทำไมกันงั้นหรือ?” ดูจากภายนอกแล้ว นางก็ยังคงเป็นแม่เลี้ยงที่มีคุณธรรมและเปี่ยมไปด้วยความรักเช่นเดิม
“หลี่เยว่หานมายืมเงินลูกพี่ของเราไปห้าสิบตำลึง พวกเราจึงมาทวงเงินคืน” ชายผู้นำที่มีรอยบากบนใบหน้า จ้องมองหวังเฟิ่งด้วยแววตาน่ากลัว
“ว่าอย่างไรนะ? ห้าสิบตำลึง?” หวังเฟิ่งตกตะลึงจนอ้าปากค้างและทำอะไรไม่ถูก