อไปอังใต้จมูกของหลี่เยว่หาน จากนั้นจึงจ้องมองไปยังหวังเฟิ่งพลางพูดขึ้น “พูดไร้สาระอะไรกัน! เยว่หานยังมีลมหายใจ! รีบมาช่วยกัน ข้าจะพานางกลับห้องพัก หรงเออร์รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!”
เมื่อพูดจบ หลี่ต้าเฉิงก็ประคองร่างไร้สติของหลี่เยว่หานขึ้นมา แต่กลับถูกหวังเฟิ่งขวางไว้ “ท่านพี่ ท่านรู้หรือไม่ว่าเชิญท่านหมอมานั้นต้องใช้เงินมากเพียงใด!”
“ใช้เงินก็ใช้เงิน!” หลี่ต้าเฉิงร้อนใจขึ้นมา “ลูกสาวของข้าป่วย! ก็ต้องพบหมอ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังเฟิ่งจึงยิ่งกังวลใจขึ้นมา “แต่ท่านดูเยว่หานสิ นางหายใจโรยรินเต็มทีแล้ว ถึงแม้จะเชิญท่านหมอมาก็อาจจะช่วยชีวิตนางไว้ไม่ได้! และอีกอย่าง หมู่บ้านของเรามีเพียงหมอหลิง ไม่มีท่านหมอ! ถ้าคิดจะเชิญท่านหมอมานั้นก็ต้องเข้าไปในเมือง การจะเดินทางไปนั้นหากมีเงินน้อยกว่าห้าถึงหกตำลึงก็ไม่สามารถไปได้!”
เมื่อได้ยินหวังเฟิ่งพูดเช่นนี้ หลี่ต้าเฉิงจึงขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “แต่ข้าก็ไม่สามารถทนมองเยว่หายนอนป่วยเช่นนี้โดยไม่สนใจได้!” เขาพูดพลางประคองร่างของหลี่เยว่หานที่อยู่บนพื้นขึ้นมา
ในขณะนั้นเอง หลี่ต้าเฉิงจึงพบว่าหลี่เยว่หานที่เป็นเพียงหญิงสาวอายุสิบห้าปีนั้น มีร่างกายผ่ายผอมจนแทบจะไร้น้ำหนัก
“ได้ หากท่านยืนยันที่จะทำเช่นนี้ หรงเออร์ไปเชิญหมอหลิงมาก่อน หลี่ต้าเฉิง ข้าขอบอกท่านไว้เสียก่อน หากครั้งนี้หมอหลิงช่วยชีวิตหลี่เยว่หานกลับมาไม่ได้ ท่านก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ต่อไป!” ห