ของท่านต่ำต้อยหรือไร้ความสามารถ จนใครต่อใครก็เหยียบย่ำได้งั้นรึ?”
หลี่ต้าเฉิงเคยถูกบุตรสาวต่อว่าแบบนี้มาก่อนเสียที่ไหน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธทันควัน
เมื่อเห็นท่าทางโกรธของหลี่ต้าเฉิง หลี่เยว่หานก็กลอกตาขึ้น
แม้ว่าหญิงสาวจะสามารถด่าคนกลุ่มนี้จนบรรพบุรุษฟื้นจากหลุมได้ แต่เธอก็ยังกลัวว่าคนพวกนี้จะลงมือกับตนอยู่ดี
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลี่เยว่หานก็ย่อตัวลง แล้วพุ่งหนีออกจากห้องอย่างว่องไว โดยแสร้งทำเป็นวิ่งไปที่บ้านของท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน
บ้านอู๋และบ้านเจิ้งคิดว่านางกำลังจะขอความคุ้มครองจากปู่หัวหน้าหมู่บ้าน ดังนั้นพวกเขาจึงวิ่งออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ไม่เพียงแต่ผู้ที่มาจากบ้านอู๋และบ้านเจิ้งเท่านั้น แต่แม้แต่หลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งก็ตามไปด้วยเช่นกัน
“เป็นอะไรไปเล่า! เจ้าไม่หนีแล้วหรือ?” เมื่อเห็นหลี่เยว่หานหยุด อู๋ไหลก็อดไม่ได้ที่จะชะลอความเร็วพร้อมประดับรอยยิ้มพึงพอใจ “ข้าจะบอกเจ้าให้ แม้ว่าท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านจะอยู่ที่นี่วันนี้ เจ้าก็ต้องขอโทษหลานหลานของข้า!”
“จวนเอ๋อร์ของข้าด้วย!” เจิ้งซือโก่วกล่าวเสริม
ฉากการไล่ล่าที่ถูกจัดฉากโดยกลุ่มคนดังกล่าว ได้ดึงดูดความสนใจของหลาย ๆ คน หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนพูด ผู้ชมก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
หลี่เยว่หานยิ้ม เขย่าหินในมือของตนและพูดว่า “พวกท่านสองคนรู้ไหมว่าบุตรสาวของพวกท่านพูดอะไรกับข้าในวันนี้? ท่านไม่