ต่เจิ้งจวนที่อยู่ข้าง ๆ รีบหยุดนางไว้ หากหลี่เยว่หานผู้ไร้ยางอายโบ้ยความผิดให้พวกนางทั้งสองคนคงแย่
“หลี่เยว่หาน ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็มาจากหมู่บ้านเดียวกัน ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดจารุนแรงเช่นนี้” เจิ้งจวนขมวดคิ้วและพูดว่า “นอกจากนี้ ใครจะไปรู้ว่าเจ้ายกเลิกมันด้วยความคิดของเจ้าเองหรือไม่? ข้ารู้แต่เพียงว่าเจ้ายกเลิกงานแต่งนั่น ยังไม่เพียงพอหรือ? หญิงที่ถูกยกเลิกงานแต่งย่อมไร้ค่าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่รู้เจ้าคิดอย่างไร!”
หลี่เยว่หานพยักหน้า “ข้าก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ข้าไม่รู้ว่าเจ้าสองคนรู้ตัวหรือไม่ บอกแล้วว่าสุนัขที่ดีจะไม่เข้ามาขวางทาง แต่เจ้าโสเภณีทั้งสองกลับยังมาขวาง ช่างทำบรรดาสุนัขอับอายเสียจริง ๆ”
“เจ้าเรียกใครว่าสุนัข!” เจิ้งจวนก็หมดความอดทนแล้วเช่นกัน
“แน่นอน ข้ากำลังพูดถึงพวกเจ้า ที่นี่มีสุนัขตัวอื่นหรือ?” หลี่เยว่หานผายมือออกด้วยสีหน้าจริงใจ “เป็นอันใดไป? พวกเจ้ารู้สึกด้อยค่าจนไม่ยอมให้ผู้คนพูดถึงเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าเลยงั้นหรือ?”
“หลี่เยว่หาน นังสารเลว…”
“อู๋หลานหลาน เจ้าเป็นสตรีพูดเหมือนโสเภณีเช่นนี้ได้อย่างไร แม่ของเจ้าไม่ได้สอนเจ้าหรือว่าผู้หญิงพูดหยาบคายมันไม่ดี” ขณะที่พูด หลี่เยว่หานก็ปิดปากของเธออย่างแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “โอ้ ขออภัย ข้าลืมไปว่าเจ้าเป็นเด็กกำพร้า เจ้ามีครอบครัวเสียเมื่อไหร่”
“หลี่เยว่หาน…” อู๋หลานหลานกำลังจะคลั่งด้วยความโกรธ
“อย่าเรียกชื่อบรรพบุรุษของข