้า เจ้าไม่คู่ควร” หลี่เยว่หานกล่าวพร้อมก้าวเข้าไปใกล้ทั้งสองคนและพูดว่า “เจ้าทั้งสองปฏิบัติตัวเหมือนเป็นสินค้าตลอดทั้งวัน รอคนมาเลือกและจ่ายเงิน เป็นความผิดของพวกเจ้าสองคนที่วิ่งเต้นอยากไปเป็นอนุของผู้อื่น พวกเจ้าอยากเป็นอนุแต่กลับขายไม่ออก ก็อย่ามาโทษว่าข้าไปขวางทางพวกเจ้าสิ”
“กลับไปสำเหนียกตัวเองซะ ถึงพวกเจ้าจะไม่สามารถปีนขึ้นเตียงของหลิ่วจื้อหย่วนได้ แต่ถ้าพวกเจ้าเปลือยกายล่อนจ้อน เจ้าอาจจะปีนเขียงคนขายหมูได้ก็ได้”
เจิ้งจวนและอู๋หลานหลานไม่เคยเห็นหลี่เยว่หานเป็นเช่นนี้มาก่อน ซึ่งพวกนางถูกด่าอย่างหนักจนพูดสิ่งใดไม่ออกทันที
เมื่อได้ยินนางพูดตรง ๆ ว่าทั้งสองคนกำลังจะปีนเตียงของหลิ่วจื้อหย่วน ใบหน้าของเด็กสาวสองคนที่ยังไม่ได้ปักปิ่นก็เปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที “หลี่เยว่หาน! เจ้าไม่มีความละอายเลยหรือ!”
“เจ้าเพิ่งพูดว่าข้าไร้ค่าหลังจากที่ข้ายกเลิกงานแต่ง ทำไมข้าต้องละอายต่อหน้าพวกสารเลวอย่างเจ้าสองคนด้วยเล่า?” หลี่เยว่หาน ยื่นมือออกไปผลักอู๋หลานหลาน “ถ้าข้าละอายใจ เจ้าสองคนจะเป็นสุนัขที่ดีได้หรือ?”
“อย่าให้มากเกินไปนัก!”
“มีคนที่พูดเกินกว่านี้ พวกเจ้าอยากฟังไหม?” หลี่เยว่หานมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม “ข้าได้ยินมาว่าหอหงเยว่ในอำเภอค่อนข้างขาดคน พวกไร้คุณธรรมอย่างพวกเจ้าหาเวลาไปที่หอหงเยว่เสียหน่อยสิ บางทีหอหงเยว่อาจสามารถให้ตำแหน่งว่างกับพวกเจ้าได้”
หอหงเยว่เป็นหอนางโลมที่มีชื่อเสียงในอำเภอห