บทที่ 9 ผู้เป็นพยาน
“ใช่แล้วเยว่หาน อย่างไรเสียเจ้ากับหรงหรงก็เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน เจ้าคงไม่สามารถทนเห็นหรงหรงและคุณชายหลิ่วที่มีใจให้กันถูกพรากออกจากกันใช่หรือไม่?” หวังเฟิ่งรีบใส่ไฟ “นอกจากนี้ แม้ว่าเจ้าจะได้แต่งกับคุณชายหลิ่ว ทว่าหัวใจของคุณชายหลิ่วไม่ได้อยู่กับเจ้า หลังจากแต่งงานกัน เจ้าจะต้องลำบากใจอย่างแน่นอน!”
หลังจากได้ยิน หลี่เยว่หานแทบจะลุกมาปรบมือให้กับหวังเฟิ่ง
คำพูดเหล่านี้เป็นความจริงที่สามารถสะกิดส่วนลึกของใจคนได้ หากเป็นเจ้าของร่างเดิมที่หัวอ่อนอาจหลงเชื่อเข้าจริง ๆ
อย่างไรเสีย บนโลกใบนี้สามีก็เปรียบเสมือนท้องฟ้า หากไม่ได้รับหัวใจจากอีกฝ่ายมา ก็ไม่ต่างอะไรกับหญิงม่ายที่รอวันหย่าร้าง
“ไม่เป็นไร หลังจากที่ข้าแต่งงานเข้าไปแล้วก็สามารถค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์กับคุณชายได้” หลี่เยว่หานวางมาดขรึมกล่าวออกมา “อย่างไรเสียคุณชายก็ไม่ได้มีความรู้สึกกับหรงหรงมาตั้งแต่แรก ความรู้สึกเป็นสิ่งที่สามารถบ่มเพาะขึ้นมาได้”
เมื่อหวังเฟิ่งเห็นว่าหลี่เยว่หานยังคงดื้อรั้น ก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้ “เหตุใดเจ้าจึงไม่ตรึกตรองดูบ้าง! หากเจ้าตบแต่งกับคุณชายหลิ่ว แล้วน้องสาวของเจ้าจะทำเช่นไรเล่า!”
“นางเลือกหนทางนี้ด้วยตนเองไม่ใช่หรือ? ไม่ใช่ว่าข้าบังคับให้นางมีอะไรกับคู่หมั้นของข้าเสียหน่อย” หลี่เยว่หานกล่าวออกมาด้วยเหตุผล “นอกจากนี้ ท่านไม่ได้รู้เห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องของหรงหรงและคุณชายหลิ่วจริง ๆ