้นได้อย่างไร!” หลี่ต้าเฉิงคัดค้านขึ้นมาทันที “นับตั้งแต่โบราณ คำสั่งของบิดามารดา การจัดการของแม่สื่อ จะมีเหตุผลให้จัดการด้วยตนเองได้อย่างไรกัน!”
“เช่นนั้น ก็ให้ชั่วชีวิตของหลี่หรงหรงไม่สามารถแต่งงานออกไปได้เถิด ข้าจะยอมเป็นฮูหยินแห่งตระกูลหลิ่วเอง” เมื่อพูดแล้ว หลี่เยว่หานจึงคิดจะเดินออกไปด้านนอก
ชาติที่แล้วเธอไม่เคยคิดที่จะแต่งงาน และยิ่งหลังจากมาที่นี่แบบไม่รู้ตัว ก็ไม่เคยที่จะคิดแต่งงานกับผู้ใด
แต่ถ้าหากเธอไม่ได้รับคำมั่นในการเป็นอิสระเรื่องการแต่งงานนี้ หลี่เยว่หานก็ไม่ถือสาที่จะเป็นฮูหยินแห่งตระกูลหลิ่ว
ในเมื่อตระกูลหลิ่วก็นับว่าเป็นตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่งตระกูลหนึ่งในอำเภอหย่งหนิง หากแต่งเข้าตระกูลหลิ่วอย่างน้อยก็ยังมีกินมีใช้
เมื่อหลี่เยว่หานกำลังจะเดินผ่านตนไป ในที่สุดหลี่ต้าเฉิงจึงเอื้อมมือไปคว้าแขนบอบบางของนางไว้ “เยว่หาน พ่อรับปากว่าจะจัดการงานแต่งที่ไม่น้อยหน้าตระกูลหลิ่วให้เจ้าอีกครั้ง ดีหรือไม่?”
“เรื่องการแต่งงานระหว่างตระกูลหลิ่วนั้น เป็นเพราะท่านแม่ใช้บุญคุณในการช่วยชีวิตเพื่อแลกมา” หลี่เยว่หานมองผู้เป็นพ่อด้วยแววตาเย็นชา “ไม่รู้ว่าท่านพ่อจะมีวิธีใด ที่จะเปลี่ยนการแต่งงานที่ไม่น้อยหน้าเช่นนี้กับตระกูลหลิ่วได้”
“นี่…” ทุกครั้งที่หลี่เยว่หานพูดถึงมารดาของตนที่จากไปแล้วนั้น ภายในใจของหลี่ต้าเฉิงก็มักจะรู้สึกผิดต่อลูกสาวคนโตตรงหน้าผู้นี้เสมอ
แต่เมื่อคิดไปถึงหวังเฟิ่ง และ