งสาวก็กลับไปยังบ้านตระกูลหลี่
หวังเฟิ่งมองหลี่เยว่หานวิ่งออกไป ก่อนที่หลี่ต้าเฉิงจะวิ่งตามไป เดิมทีนางยังคงเป็นกังวล แต่เมื่อเห็นหลี่เยว่หานกลับมาเร็วถึงเพียงนี้ นางก็อดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ได้ นางไม่ได้สนใจเลยว่าหลี่ต้าเฉิงอยู่ไหน
“เยว่หาน มานั่งลงก่อนเถอะ” หวังเฟิ่งแสดงท่าทางดั่งมารดาที่เปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตา เรียกให้หลี่เยว่หานนั่งลง
“คุณชายใหญ่หลิ่วมีเรื่องบางอย่างต้องการจะบอกเจ้า หวังว่าเจ้าจะรับฟัง” หวั่งเฟิ่งกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่แสดงอารมณ์อย่างเต็มเปี่ยม
“อืม” หลี่เยว่หานก้มหัวลง สีหน้าราวกับกำลังประสบเรื่องราวเลวร้าย
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่หรงหรงก็ยื่นมืออกไปดันหลิ่วจื้อหยวนอย่างรวดเร็ว
หลิ่วจื้อหยวนกระแอมออกมา จากนั้นเขาก็มองไปที่หลี่เยว่หาน “น้องสาวเยว่หาน แม้พวกเราจะมีสัญญาหมั้นหมายกัน แต่ตอนนี้ข้ากับหรงหรงต้องใจกัน หากยังคงยึดติดกับการหมั้นหมาย เกรงว่าจะไม่เหมาะสมเล็กน้อย”
ยึดติด?
หลี่เยว่หานเกือบหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง “เช่นนั้นคุณชายหลิ่วกล่าวมาเถิด ว่าข้าควรจะทำเช่นไร?”
“ยกการหมั้นหมายนี้ให้กับหรงหรง อย่างไรเสียนางก็เป็นน้องสาวของเจ้า ให้นางแต่งงานกับข้าย่อมไม่ถือว่าผิดข้อตกลงเดิม” หลี่จื้อหยวนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยเหตุผล