รู้ว่ากำลังพูดเรื่องใดกันอยู่ หวังเฟิ่งก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ใด ในทางกลับกันหลี่เยว่หานกลับเป็นฝ่ายนั่งอยูด้านข้าง คอยรินน้ำชาให้ทั้งสองด้วยท่าทางระมัดระวัง
“หรงหรง! เหตุใดเจ้าจึงใกล้ชิดกับพี่เขยในอนาคตของเจ้าเช่นนั้นกัน!” หลี่ต้าเฉิงโมโหขึ้นมาทันที
หลี่หรงหรงที่ถูกหลี่ต้าเฉิงตะคอกเสียงดังใส่ หวาดกลัวจนชันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ในทันที
หลี่เยว่หานที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้วนั้น เมื่อหลี่หรงหรงลุกขึ้นยืน นางจึงถูกหลี่หรงหรงชนจนล้มลงบนพื้นอย่าง ‘บังเอิญ’ พอดี ทำให้กาน้ำชาในมือทั้งหมดหกราดบนร่างกายของตน
อย่างไรก็เป็นบุตรสาวของตน และยิ่งอยู่ต่อหน้าคุณชายใหญ่หลิ่วเช่นนี้ หลี่ต้าเฉิงจึงรีบวางอุปกรณ์ในมือลง และก้าวไปหาหลี่เยว่หานพลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เยว่หาน เป็นอย่างไรบ้างลูก ร้อนมากหรือไม่?”
หลี่เยว่หานแอบหยิกขาของตน และพยายามบีบน้ำตาให้เอ่อล้นออกมาอยู่รอบ ๆ ดวงตา จากนั้นจึงส่ายศีรษะเบา ๆ “ข้าไม่เป็นอันใด”
เมื่อเห็นใบหน้าดูน้อยอกน้อยใจของหลี่เยว่หาน หลี่ต้าเฉิงจึงรู้สึกโมโหจนหันไปมองหลี่หรงหรงทันที “มัวยืนอึ้งอะไรอยู่! รีบไปนำเสื้อผ้ามาให้พี่สาวเจ้าเปลี่ยนเสียสิ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงแอบยิ้มเยาะอยู่ภายในใจ
หลี่เยว่หานไม่ได้มีเสื้อผ้าอะไรมากนัก ชุดที่นางสวมใส่อยู่ตอนนี้ล้วนเป็นเสื้อผ้าใต้ตู้ของหลี่หรงหรงที่ไม่ใช้แล้ว และเมื่อหลี่ต้าเฉิงไหว้วานให้นางไปหยิบเสื้อผ้า ต่อหน้าหลิ่ว