มองออกไปไม่ไกล หญิงสาวก็เห็นหวังเฟิ่งและลูกสาวของนาง กำลังมองมาที่เธออย่างระแวดระวังพร้อมกับถังเปล่าในมือ
ในเวลานี้ ร่างของหลี่เยว่หานปกคลุมไปด้วยเลือด ซึ่งกลิ่นเหม็นของมันท่วมท้นจมูก!
“เจ้ากำลังเล่นกลอันใดกันอยู่?” แม้ว่าหลี่เยว่หานจะถูกเลือดสาดใส่ แต่นางก็ไม่ร้อนรน
“นี่คือเลือดหมาดำ! เจ้าบอกว่าเมื่อคืนเจ้าเจอผีไม่ใช่เหรอ แม่มาที่นี่เพื่อไล่มันออก!” หวังเฟิ่งมีรอยยิ้มแข็งทื่อบนใบหน้าของนาง ทางหลี่หรงหรงนั้นซ่อนตัวอยู่ข้างหลังหวังเฟิ่ง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายหวาดกลัวหลี่เยว่หาน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกขบขัน
หวังเฟิ่งผู้นี้ได้กลับมามีสติและพร้อมที่จะโต้กลับแล้ว
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานยังคงปลอดภัยหลังจากถูกสาดด้วยเลือดหมาดำ หวังเฟิ่งก็รู้สึกสบายใจ
นางเองก็เข้าใจดีว่าถึงหลี่เยว่หานจะไปบอกคนอื่นว่าถูกนางมอมยา แล้วยังไงเล่า? หลี่เยว่หานไม่มีหลักฐานอยู่ในมือ ทั้งมันไม่ใช่เรื่องที่จะพูดจาส่ง ๆ ได้
“หลี่เยว่หาน ในเมื่อเจ้าไม่มีอะไรทำก็ไปทำอาหารเย็นซะ” หวังเฟิ่งวางถังเลือดสุนัขลงอย่างใจเย็น และเริ่มแสดงสีหน้าตามปกติ
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็ยกยิ้ม “เจ้าจะให้ข้าปรุงอาหารด้วยเลือดสุนัขดำหรือ?”
หวังเฟิ่งรู้สึกขยะแขยงอยู่ครู่หนึ่งและพูดขึ้นทันที “งั้นเจ้าก็ไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ”
“ข้าไม่มีเสื้อผ้าใส่แล้ว ข้ามีเสื้อผ้าทั้งหมดแค่สองชุด ตัวเมื่อเช้ายังไม่แห้งเลย ดังนั้นโ