สบโชคหรือไม่?”
ขณะที่พูดหลี่เยว่หานก็จับมือหวังเฟิ่ง ร่างนี้อ่อนแอเป็นอย่างมาก แล้วยังแช่น้ำจนเปียกปอน ทั้งเมื่อคืนยังออกแรงอย่างนัก ดังนั้นมือของหลี่เยว่หานจึงเย็นเยียบเป็นอย่างมาก
ชาวบ้านในหมู่บ้านเฮยถู่ต่างเป็นคนซื่อ ๆ ความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาแพร่หลาย คำโกหกที่หลี่เยว่หานเอ่ยออกมาจึงทำให้หวังเฟิ่งหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
หวังเฟิ่งไม่ถามอะไรอีก นางรีบวิ่งออกจากบ้าน พาหลี่หรงหรงไปปักธูปสักการะที่วัดของหมู่บ้านตั้งแต่หัววัน
หลี่เยว่หานยืนกอดอกมองแผ่นหลังของแม่เลี้ยงหวังเฟิ่ง ที่รีบร้อนออกไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
“เยว่หาน เยว่หาน!” มีเสียงชายผู้หนึ่งดังขึ้นมา
หลี่เยว่หานขมวดคิ้ว นี่เป็นเรื่องล้อเล่นใช่หรือไม่ เสียงนี้เหมือนกับพ่อของเธอไม่ผิดเพี้ยน!
ก่อนที่หลี่เยว่หานจะหันหน้ากลับไป หลี่ต้าเฉิงก็เดินมาถึงด้านหลังของหลี่เยว่หานแล้ว “นังเด็กนี่ ข้าเรียกเจ้าตั้งนาน เหตุใดจึงไม่ขานรับ!”
“ข้าไม่ว่าง กำลังส่งบรรพบุรุษอยู่” หลี่เยว่หานปรายตามองครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นหลี่ต้าเฉิง แม้จะเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง แต่หวังเฟิ่งเองก็ยังเหมือนหวังเฟิ่งผู้นั้นทุกประการ และยังมีหลี่ต้าเฉิงที่ดูเหมือนหลี่ต้าเฉิงผู้นั้นอีกคน เธอจึงไม่รู้สึกประหลาดใจอะไรมากมาย
“ส่งบรรพบุรุษอะไร! นังเด็กนี่พูดจาอะไรไร้สาระ! รีบไปทำข้าวเช้าเร็วเข้า! เจ้าต้องการจะให้ข้าหิวตายหรืออย่างไร!”
“ท่านเพิ่งตื่นหรือ?” ห