ต่จะขับไล่หลี่เยว่หานที่ไม่รู้ว่าเป็นคนหรือผีออกไป ทว่ากลับถูกหลี่เยว่หานตลบหลังอย่างไม่คาดคิด!
“หลี่เยว่หาน เจ้าไม่ทำตัวเป็นกุลสตรี เที่ยวเตร่ยามวิกาล ทั้งยังกล้าใส่ร้ายแม่ของข้า ช่างหาญกล้าเป็นอย่างยิ่ง!” แม้หลี่หรงหรงจะไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อความเกลียดชังที่มีต่อหลี่เยว่หาน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานที่นั่งอยู่บนพื้นก็ยิ่งสะอื้นร่ำไห้ออกมามากยิ่งขึ้น ทว่าหญิงสาวไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา
เธอรู้ว่าผู้คนย่อมเห็นใจผู้อ่อนแอ และในสถาณการณ์ปัจจุบัน หากเธอได้ชื่อว่าเที่ยวเตร่ยามวิกาลจะยิ่งมีเรื่องยุ่งยากตามมามากมายในอนาคต
ยิ่งหลี่เยว่หานร้องไห้ออกมากเท่าไหร่ ผู้คนที่อยู่รอบข้างยิ่งเห็นใจนางมากเท่านั้น ถ้อยคำประณามการกระทำของแม่เลี้ยงและลูกสาวก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
เพราะไม่รู้ว่าหลี่เยว่หานที่อยู่เบื้องหน้าเป็นคนหรือเป็นผี อีกทั้งหวังเฟิ่งยังรู้สึกได้ว่าหลี่เยว่หานแตกต่างไปจากเมื่อก่อน ดังนั้นนางจึงไม่พูดอะไรสักคำ ทำเพียงรอดูท่าทีของหลี่เยว่หาน
“หลี่เยว่หาน! เจ้าพูดออกมาให้ชัดเจนว่าแม่ของข้าไม่เคยสั่งให้เจ้าไปหาปลาตอนกลางคืน!” ทว่าหลี่หรงหรงนั้นไม่ได้นิ่งเหมือนกับหวังเฟิ่ง นางก้าวออกไปด้านหน้าก่อนจะออกแรงดึงแขนหลี่เยว่หาน “ลุกขึ้น!”
“ได้…ได้…” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างสะอึกสะอื้น “ท่านแม่ไม่ได้สั่งให้ข้าออกไปหาปลาตอนกลางคือ เป็นข้าที่ต้องการออกไปหาปล