าด้วยตัวเอง ฮือออ…”
ยิ่งหลี่เยว่หานร้องไห้ออกมามากเท่าไร เหล่าชาวบ้านก็ยิ่งเจ็บใจแทนนางมากเท่านั้น
หลี่หรงหรงโกรธมากจนผลักหลี่เยว่หานล้มลงไปบนพื้นอีกครั้ง “หลี่เยว่หาน เจ้ายังกล้าทำตัวหน้าไม่อาย!”
“พอแล้วหรงเอ๋อร์!” สุดท้ายหวังเฟิ่งก็เปิดปากพูดขึ้นมา “เยว่หาน มันเป็นความผิดของแม่เอง แม่ไม่ควรพูดว่าอยากกินปลา เพราะเจ้าเป็นเด็กกตัญญูจึงตั้งใจจะออกไปหาปลาแม้เป็นเวลากลางคืน แม่ไม่รู้จึงปิดลงกลอนประตูโดยไม่ได้ตั้งใจ พื้นมันเย็นเจ้ารีบลุกขึ้นมาเถิด”
กล่าวจบ หวังเฟิ่งก็ยืนมือออกมาหาหลี่เยว่หานด้วยรอยยิ้มอันแตกต่างจากท่าทางเท้าเอวอย่างดุร้ายเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
หลี่หานเยว่อดปรบมือให้หวังเฟิ่งในใจไม่ได้!
ความสามารถในการแสดงยอดเยี่ยมเหลือเกิน!
หากมือไม่สั่นคงจะสมบูรณ์แบบยิ่งกว่านี้!
เมื่อหลี่เยว่หานยื่นมือเย็น ๆ ของเธอจับมือของหวังเฟิ่ง เธอก็สังเกตได้ว่ามือของหวังเฟิ่งสั่นสะท้านอย่างชัดเจน
หลี่เยว่หานเห็นว่านางหวาดกลัวถึงเพียงนี้ ภายในใจก็ยิ่งเกิดความั่นใจ
หลังจากได้ยินหวังเฟิ่งกล่าวเช่นนี้ ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็ชื่นชมกับความกตัญญูของหลี่เยว่หาน ทั้งยังกล่าวว่าหวังเฟิ่งสะเพร่าเกินไป หากฟังให้ดีแล้วจะพบว่าคำครหาที่หวังเฟิ่งใช้ให้เด็กสาวไปจับปลากลางดึกก็หายไปแล้ว
น่าเสียดาย ความทรงจำที่เจ้าของร่างทิ้งเอาไว้นั้นมีจำกัด ความทรงจำเกี่ยวกับการถูกหวังเฟิ่งรังแกมีอยู่เพียงไม่กี่ฉาก
ดูไม่ค่อยเหมื