อนกับหวังเฟิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเธอเท่าไหร่นัก
“ท่านแม่ เยว่หานไม่สามารถจับปลาได้ ทั้งยังสะดุดก้อนหินจนเสื้อผ้าเปียก ท่านแม่โปรดอย่าตำหนิข้าเลย” เมื่อทุกคนกำลังจะจากไป ทันใดนั้นเองหลี่เยว่หานก็พลันเอ่ยขึ้นมา ดึงความสนใจของผู้คนกลับมาอีกครั้ง
เมื่อหวังเฟิ่งได้ยินหลี่เยว่หานเอ่ยคำว่า ‘ก้อนหิน’ ขนที่หลังก็พลันลุกขึ้นมา รอยยิ้มบนใบหน้าของนางแข็งทื่อลงไปเล็กน้อย “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าทนหนาวอยู่ด้านนอกมาทั้งคืนแล้ว รีบกลับไปอาบน้ำร้อนเถิด แม่จะไปต้มน้ำขิงมาช่วยเจ้าคลายหนาว”
ขณะพูด หวังเฟิ่งก็แสดงท่าทางเปี่ยมไปด้วยความรักและความเมตตา ทำให้คนรอบข้างที่เห็นต่างก็ชื่นชม
เป็นแม่เลี้ยงแต่กลับรักและเมตตาถึงเพียงนี้ นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ!
หลี่เยว่หานบรรลุจุดประสงค์แล้วจึงกล่าวตอบกลับไปว่า “ขอบคุณท่านแม่! เยว่หานรู้ว่าท่านแม่ยังคงรักเยว่หาน!”
หลี่เยว่หานกล่าวออกมาเป็นประโยคสั้น ๆ ด้วยความซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหล
“แม่ข้าไม่ได้รักเจ้า! ไอ้ตัวเสียเงินเปล่า!*[1]” หลี่หรงหรงที่อยู่ด้านข้างโกรธจนยื่นมือออกไปผลักหลี่เยว่หาน
เมื่อหวังเฟิ่งเห็นก็รีบห้ามปรามทันที “หรงเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงไม่รู้ความเช่นนี้! อย่างไรเสียเยว่หานก็เป็นพี่สาวของเจ้า!”
“ข้าไม่มีพี่สาวอย่างนาง!” หลี่หรงหรงโกรธจนตัวสั่น “เห็นได้ชัดว่านางออกไปเที่ยวเตร่ยามวิกาล เหตุใดท่านถึงต้องถือหางนางเช่นนี้ด้วย!”
“หรงเอ๋อร์!” หวังเฟิ่ง