นเฟยเหยาโบกไม้โบกมือ พึ่งพาสองคนนี้มิสู้พึ่งพาพวกเสี่ยวหงดีกว่า ถึงใช้การรับรู้ออกคำสั่งก็ยังสามารถทำอาหารออกมาได้ตรงตามมาตรฐาน
ในเวลานี้เอง สัตว์หลิงลี่ในสระน้ำพลันโผล่หัวขึ้นมาส่งเสียงกึกๆ ท่าทางราวกับหัวเราะเยาะนาง จินเฟยเหยาถลึงตาใส่แล้วตวาดว่า “ยังกล้าหัวเราะอีก! ผ่านไปอีกหลายวันก็ไม่ต้องใช้กู่หลิงซินแล้ว ถึงตอนนั้นพวกเจ้าสองตัวก็หมดประโยชน์ ฆ่าให้หมดเอาตัวหนึ่งต้มน้ำแกงอีกตัวหนึ่งย่างไฟ!”
สัตว์หลิงลี่ตกใจกลัว พุ่งตัวดำลงในสระน้ำ ท่าทางสิบวันครึ่งเดือนคงไม่กล้าขึ้นมา
เห็นพวกมันตกใจกลัว จินเฟยเหยาก็หัวเราะลั่นอย่างเบิกบาน หวาหวั่นซีอดส่ายศีรษะไม่ได้ เป็นถึงขั้นแปลงจิตแล้ว ยังรังแกสัตว์ปิศาจที่เถรตรงสองตัว ทั้งยังเล่นสนุกอย่างเบิกบานใจ!
หนึ่งเดือนต่อมา จินเฟยเหยาก็นั่งอยู่นอกวงเวทด้วยสีหน้าซีดขาว ข้างกายมีขวดหยกบรรจุเลือดเต็มปรี่ห้าขวด นางมองหวาหวั่นซีที่นั่งเปลือยกายอยู่กลางวงเวทแล้วเอ่ยอย่างจริงจัง “ข้าจะเริ่มแล้ว หลอมร่างกายของเจ้าก่อน เสร็จแล้วค่อยเปิดวงเวทในพริบตา”
“อืม” หวาหวั่นซีพยักหน้าอย่างระมัดระวัง ช่วงเวลาที่สำคัญทำให้นางตึงเครียดขึ้นมา ทว่าในเวลานี้เอง ก็ได้ยินจ