้เจ้าถูกคนรู้จักทุบตี อย่างนั้นก็ไม่ต้องห่วง เจ้าดูอย่างพั่งจื่อถูกข้าอัดทุกวัน ถึงโดนตีจนหัวปูดก็ยังยิ้มแย้มพูดคุยกันได้ดังเดิม” หากมิใช่เขามีพิษทั่วร่าง จินเฟยเหยาก็อยากจะตบบ่าปลอบใจอยู่ แต่ถึงตบบ่าไม่ได้ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อนางในการแสดงสีหน้าว่าข้าเข้าใจเจ้าแล้วพยักหน้าให้อินเยวี่ย
อินเยวี่ยเหล่มองนางแล้วเอ่ยอย่างมีอารมณ์หน่อยๆ “เอาสิ่งของมา ข้าจะเปลี่ยนเป็นศิลาวิญญาณให้เจ้า”
“เจ้าจะรับซื้อสิ่งของจากข้าจริงๆ หรือ ข้านึกว่าเจ้าหลอกข้าเสียอีก เจ้านี่ใจบุญจริงๆ กลับไปข้าจะให้พั่งจื่อตั้งป้ายวิญญาณจุดธูปสามดอกให้เจ้าทุกวันเป็นอย่างไร ดูดซับกลิ่นหอมหน่อยน่าจะมีส่วนช่วยเรื่องพลังบำเพ็ญเพียรของเจ้าได้” ยามนี้จินเฟยเหยาจึงแน่ใจว่า เจ้าอินเยวี่ยจอมตระหนี่จะรับซื้อขยะของตนเองจริงๆ นี่เป็นเรื่องน่ายินดีที่ร่วงลงมาจากฟ้า กำลังกังวลว่าต้องจัดการสิ่งของ จู่ๆ ก็มีคนกระโดดออกมารับซื้อ
“ข้ายังไม่ตาย เจ้าเก็บธูปหอมไว้เถอะ” อินเยวี่ยยกถ้วยชาขึ้นพลางตอบ
“ฮ่าๆ พูดได้ดีๆ” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ อย่างเบิกบาน ขอเพียงสามารถจัดการสิ่งของในมือได้ ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา นางมอบถุงเฉียนคุนที่บรรจุสมบัติของหอเหอฮวนให้อิน