เยวี่ย อินเยวี่ยให้ผู้ดูแลร้านแบ่งประเภทและตรวจนับสิ่งของแล้วรับไว้ทั้งหมดตามราคารับซื้อทั่วไปโดยไม่เหลือบแลเลยสักนิด
ผู้ดูแลคนนี้จัดการอย่างว่องไวเป็นพิเศษ ไม่ถามสักนิดว่าราคารับซื้อสิ่งของเหล่านี้สูงไปหรือไม่ ก็นำลูกคิดสีทองเป็นประกายออกมาดีดโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เขาจึงนำถุงเฉียนคุนบรรจุศิลาวิญญาณขึ้นมาส่งให้อินเยวี่ยก่อน อินเยวี่ยโยนให้จินเฟยเหยาทันทีโดยไม่มอง ไม่เหมือนท่าทางในยามปกติที่ศิลาวิญญาณชั้นล่างก้อนหนึ่งก็ต้องนับให้ถ้วนถี่ ดูแล้วราวกับถูกบังคับให้รับซื้อขยะเหล่านี้และมอบศิลาวิญญาณให้จินเฟยเหยาฟรีๆ มากกว่า ดังนั้นจึงไม่ยอมมองศิลาวิญญาณมากนักด้วยเกรงว่าตนเองจะเสียดาย
ถึงแม้จินเฟยเหยาจะสงสัยแต่ก็รับศิลาวิญญาณไว้ นางกำลังขาดศิลาวิญญาณพอดี มอบให้ฟรีๆ นับเป็นโอกาสดี ไม่ใช้ก็โง่แล้ว ดังนั้นนางจึงแสร้งเป็นไม่เห็นอาการตัดใจไม่ได้ที่แสดงออกมาในแววตาของอินเยวี่ย ใช้มือรับถุงเฉียนคุนมาดูแวบหนึ่งจึงเอ่ยอย่างเบิกบาน “ขอบคุณพี่อิน เจ้าเป็นดาวนำโชคของข้าจริงๆ ข้าขาดศิลาวิญญาณอยู่พอดี เจ้าคือคนใจบุญที่ส่งถ่านกลางหิมะ[1] ให้ข้าวยามหิวโหย ไปเที่ยวหอคณิกาแล้วจ่ายเงินให้น