านเกินไป ใช้ของวิเศษก็เกรงว่าจะติดน้ำพิษ ใช้กำปั้นต่อยจนมือเจ็บก็ไม่เห็นว่าจะได้ผล ดูท่าไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ สอบถามไปก็ไร้ประโยชน์
เห็นอีกฝ่ายไม่ส่งเสียง จินเฟยเหยาจึงม้วนแขนเสื้อขึ้นอวดกล้ามเนื้อเล็กๆ อันแข็งแกร่งของตนเองให้เขาดู ปากคาบผลไม้ครึ่งซีก ตบแขนเอ่ยเสียงอู้อี้ว่า “เจ้าดูสิ นี่คือกล้ามเนื้อที่ข้าหลอมสร้างออกมา ขอเพียงกินเยอะๆ ฝึกฝนมากๆ ก็มีพลังทั่วร่างได้”
ผู้บำเพ็ญเซียนที่อยู่ข้างๆ คนนี้อยากจะบีบคอนางให้ตายอย่างยิ่ง กล้ามเนื้อเล็กๆ ของจินเฟยเหยาใกล้เคียงกับผู้บำเพ็ญเซียนสตรีทั่วไป กล้ามเนื้อแขนที่เผยออกมาของตนเองยังใหญ่กว่าต้นขาของนางอีก ของแบบนี้ก็กล้าเอาออกมาอวด ทั้งยังสอนคนอื่นว่าต้องกินเยอะๆ ออกกำลังมากๆ เขามีความรู้สึกเหมือนพูดกับคนปัญญาอ่อนไปชั่วขณะ ในเวลานี้เอง สัตว์กลืนฟ้าพลันลุกขึ้นนั่งและมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง
“หืม?” จินเฟยเหยาและผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ ต่างตะลึงงัน จากนั้นรู้สึกได้ถึงอานุภาพกดดันบีบคั้นผู้คนสองขุมพุ่งมา ทำให้ร่างกายรู้สึกไม่สบายทันที
ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยปราณสังหารนี้ มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่าสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ไกลๆ!
แม้แต่