ผู้บำเพ็ญเซียนของหอหลงเสียงก็ลุกขึ้นยืนมองไปทางนั้นแล้วขมวดคิ้ว รอบที่นี่ไม่มีสิ่งใดเลย จินเฟยเหยานั่งอยู่ก็สามารถมองเห็นรอบด้านได้ ดังนั้นจึงไม่ได้ลุกขึ้นยืนแบบคนอื่นๆ
ผู้บำเพ็ญเซียนด้านข้างพูดพึมพำกับตนเองว่า “มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่าต่อสู้กันใกล้ๆ ไม่รู้ว่าจะกระทบมาถึงทางนี้หรือไม่”
จินเฟยเหยากลับส่งเสียงขึ้นจมูก “คนพวกนั้นคงอยู่ว่างจนเบื่อหน่าย มีอะไรน่าสู้กัน มีเรื่องใดก็นั่งลงดื่มชาสักถ้วย กินซาลาเปาสักสองใบแล้วพูดคุยกันก็แก้ปัญหาได้”
สิ้นเสียง ปราณมารและปราณปิศาจอันแข็งแกร่งสองขุมก็พุ่งมาทำให้นางตกใจกลัวแทบโดด
ปราณมารนี้คุ้นเคยเกินไป ดูเหมือนจะเป็นเคล็ดไฟนรก จินเฟยเหยาปิดปากแล้วเหลียวซ้ายแลขวา เกิดความกังวลในใจ คิดดูแล้วรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ นี่ก็นานมากแล้ว หรือว่าจอมมารหลงยังสู้กับเผ่าปิศาจคนนั้นตลอดจนมาถึงที่นี่? หากไม่ใช่เผ่าปิศาจคนก่อน เขายังอยู่ว่างจนสู้กับเผ่าปิศาจคนใดอีก! ศัตรูเยอะเกินไปแล้วกระมัง
อีกทั้ง ปราณปิศาจที่เหม็นสุดขีดนี่มันเรื่องอะไรกัน ยังเหม็นกว่าตอนอินเยวี่ยพาตนเองไปฆ่าจูเชวี่ยหลายเท่า ราชันซากเน่าหรือ ทำไมเผ่าปิศาจจึงมีสัตว์ปิศาจแบบนี้ได้ เหม็นแทบตาย