วี่ยมองนางแล้วลุกขึ้นยืนทันควัน อานุภาพกดดันที่บีบคั้นผู้คนแผ่พุ่งมา จินเฟยเหยารู้สึกราวกับร่างถูกตรึง ขยับตัวไม่ได้เลยสักนิด จากนั้นนางก็เห็นอินเยวี่ยยื่นนิ้วมือเรียวยาวซีดขาวมาลูบใบหน้านาง
อ๊า! ใบหน้าของนางจะเน่าแล้ว! จินเฟยเหยารู้สึกว่าตนเองจะเสียโฉม ใบหน้าต้องกลายเป็นสีดำแน่ๆ หลังจากเน่าแล้วก็จะเหลือแต่หัวกะโหลก!
เห็นนางมีสีหน้าหวาดกลัว อินเยวี่ยจึงถามด้วยสีหน้าอ่อนโยน “เจ้ากลัวอะไร?”
“เน่าแล้ว ใบหน้าจะเน่าแล้ว!” จินเฟยเหยาพูดตะกุกตะกัก นางไม่เข้าใจว่าทำไมอินเยวี่ยจึงเปลี่ยนท่าทีกะทันหัน ตนเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย หรือเขาคิดจะสังหารตนเองแล้วชิงพั่งจื่อไป?
อินเยวี่ยใช้มือเย็นเหมือนน้ำแข็งบีบใบหน้าของนาง “ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอกและข้าก็จะไม่ถามว่าเจ้าเอาก้อนหินมาจากที่ใดด้วย เจ้าตั้งใจมีวัตถุดิบให้ข้าก็พอ จริงสิ ถึงข้าบรรลุขั้นผสานร่างก็จะไม่ไปโลกตู้เทียน เจ้าเอาสิ่งของมาให้อย่างวางใจได้”
ไม่ขึ้นโลกตู้เทียน! จินเฟยเหยาตะลึงงัน ไหนบอกว่าผู้บำเพ็ญเซียนที่บรรลุขั้นผสานร่างทุกคนต้องขึ้นโลกตู้เทียน ถ้าไม่ขึ้นไปก็ต้องถูกฟ้าผ่าทุกวัน หรือเขาไม่กลัวถูกฟ้าผ่า นางรู้สึกงุนงงจึงถามว่า “เพราะเหตุใด?”
“ข้าไม่ถือเป