ก็ไม่พบเห็นใคร อย่าว่าแต่คน แม้แต่จุดดำเล็กๆ ก็ไม่มี
จินเฟยเหยาก็หยุดลงเช่นเดียวกัน ตบศีรษะหวาหวั่นซีพลางเอ่ยอย่างตื่นเต้น “เจ้าดูสิ มีมาอีกคนแล้ว คงเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าปิศาจเสียมากกว่า ถ้าต่อสู้กับพี่กระจก เช่นนั้นก็สนุกแล้ว จะสู้กันจนฟ้าดินพลิกตลบหรือไม่?”
หวาหวั่นซีมองนางอย่างหมดวาจาถ้าต่อสู้กันจนฟ้าดินพลิกตลบ เกรงว่าพวกเราคิดจะหนีก็ไม่ทันแล้ว
เผชิญหน้ากับการขัดขวางของคนคุ้นเคย เซียวเป่าจึงเอ่ยอย่างรำคาญ “เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหลที่นี่ นี่แค่เมล็ดพืชเมล็ดเดียวที่เจ้าขอมาจากต้นไม้วิญญาณจริง ไม่ถือเป็นสิ่งล้ำค่าแห่งฟ้าดิน ทำลายไปก็ไม่เกี่ยวอะไรกันมากนัก ถึงอย่างไรเผ่าปิศาจของพวกเจ้ากับต้นไม้วิญญาณจริงก็มีความสัมพันธ์ไม่เลว เจ้าไปขอมาอีกเมล็ดก็พอ”
“เจ้านึกว่านี่เป็นต้นหญ้าริมทางหรือ บอกว่าต้องการก็ได้มา เจ้าปล่อยคนเลย เรื่องตั้งกี่ปีมาแล้วยังเก็บมาใส่ใจ อีกทั้งตอนแรกสุดเจ้าก็มีเจตนาร้าย คิดจะนำวิญญาณต้นไม้วิญญาณจริงไปสร้างของเหลวต้นไม้วิญญาณจริงให้ตนเองอย่างไร้ขีดจำกัด ดังนั้นจึงมาหลอกเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง พลังบำเพ็ญเพียรไม่พอยังกล้าก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เจ้าว่าตอนนั้นเจ้าไม่วอนหาเรื่องใส่ตัวหรือ ตอ