ยชน์จะไม่เป็นผลดีต่อตนเอง
ถึงในใจเขาจะสับสนวุ่นวายกลับไม่แสดงออกบนใบหน้า ทว่าจินเฟยเหยาที่เขานึกถึงในสมองยามนี้กำลังถูกคนล้อมปราบจนไร้หนทางหลบหนีและซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งอย่างน่าสงสาร สมองของเขาปั่นป่วน อยากจะพุ่งตัวออกไปจินเฟยเหยาออกมาจากหายนะทันที
ทั้งสองคนคิดถึงคนคนเดียวกันแต่สิ่งที่คิดกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งไม่ร้อนใจเลยสักนิด รู้สึกว่าจินเฟยเหยาไม่ทรมานคนอื่นก็นับว่าดีแล้ว ถึงเจ้าหอขั้นว่างเปล่าไปนางก็มีวิธีป้องกันตัว ส่วนอีกคนทนไม่ไหวแล้ว คิดถึงจินเฟยเหยาแต่ในทางอเนจอนาถ ทำเหมือนนางเป็นสาวน้อยตัวเล็กๆ ไร้อาวุธที่ถูกคนรังแกเป็นอย่างเดียว
เซี่ยลี่พาสื่อหรูเดินออกไปแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าเย็นชา “หลี่มู่กับจางจิ่งเฉิงล่ะ มีสามคนเฝ้าคลังสมบัติก็เฝ้าไว้ไม่อยู่ พวกเจ้ายังจะมีประโยชน์อะไร”
“จางจิ่งเฉิงพาคนออกไปจับสัตว์ภูติตัวนั้นแล้ว ตอนข้ารุดมาหลี่มู่ยังอยู่ที่คลังสมบัติ” สื่อหรูรีบตอบ
“ไปดู ข้าอยากจะเห็นนัก สัตว์ภูติสูงเท่าสองฝ่ามืออะไรสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้!” เซี่ยลี่ไม่เชื่อเลยสักนิด เขาไม่เคยเห็นสัตว์ภูติแบบนี้มาก่อน แต่ไม่ตัดความเป็นไปได้ทิ้งว่ามีคนควบคุมอยู่เบื้องหลังใช้วิธี