ศาจขุ่นมัวอย่างยิ่ง ไม่ว่าใครถูกคนคุ้นเคยที่ปกติถือว่าเป็นไอ้โง่ข่มขู่ อารมณ์ย่อมไม่ดีทั้งนั้น
แต่มังกรปิศาจกลับคิดอีกว่า ถึงยายนี่เหาะขึ้นโลกระดับสวรรค์ได้ก็เป็นเพียงชนชั้นผู้เยาว์ของเขา จะกลัวนางทำไม มารเฒ่าเซียวตอนนี้เป็นเพียงการรับรู้สายเดียว ร่างจริงไม่รู้ว ว่าหนีไปเล่นที่ใดแล้ว ถึงร่างจริงอยู่ ความจำของเจ้าหมอนั่นก็แย่มาก อีกทั้งยังไม่ใช่เขาต้องการสมบัติ ไม่บอกก็น่าจะไม่เป็นไร
ยิ่งกว่านั้น เขาก็ไม่มีถ้ำสมบัติที่ใส่สิ่งที่หลุดร่วงจากร่างสัตว์เทพอะไรนั่นด้วย สิ่งของที่ทุกคนเห็นเป็นขยะในโลกระดับสวรรค์ เขาจะเก็บกลับมาได้อย่างไร เกล็ดมังกรของตนเองย ยังโยนทิ้งลงพื้นไม่ต้องการ ใครยังจะไปเก็บขนของผู้อื่น ตอนนั้นแค่หาข้ออ้างมั่วๆ ไล่นางไป ตอนนี้ไม่ต้องสนใจนางและจากไปทันทีดีหรือไม่
ในใจมังกรปิศาจเรียกได้ว่าลังเล โดยเฉพาะถูกเจ้าโง่เทาเที่ยควบคุมยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาหงุดหงิด ทันใดนั้น เขากลับนึกถึงสถานที่แห่งหนึ่งขึ้นมาได้จริงๆ ถือว่าเป็นขุมสมบัติมอบให้ นางพอดี ดังนั้นเขาจึงมีท่าทางเดือดดาลและเอ่ยด้วยโทสะ “ฮึ ข้าพูดแล้วจะไม่รักษาคำพูดได้อย่างไร ให้เจ้า!”
จากนั้นเกล็ดเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่งลอยออก