ป็นเรื่องมงคลใหญ่เช ชียวนะ”
หวาหวั่นซีมองนางอย่างตื่นตระหนก ถึงจะเข้าใจว่านางคิดจะใช้วิธีการนี้ผลักความรับผิดชอบร่วมกันในฐานะที่ตนเองเป็นเจ้านายไปจนเกลี้ยงเกลา ทว่าเวลานี้พูดแบบนี้จะไม่ถูกกาลเทศะหรือไม ม่ ผู้อื่นเตรียมเก็บสิ่งของก็มีกบตัวหนึ่งโผล่มากลางคันแย่งชิงสิ่งของไป ถึงจะไม่มีโทสะ ทว่าเจ้าพูดแบบนี้ มิวอนหาเรื่องใส่ตัวหรือ
รอจนนางก้าวขึ้นพรมบิน จินเฟยเหยายังแอบบอกนางว่า “ขโมยไก่ไม่สำเร็จขาดทุนข้าวสารไปกำมือ[3] หึๆๆ”
“เจ้าพูดพอหรือยัง ไม่กลัวตายสินะ” หวาหวั่นซีถอนหายใจยาวอย่างจนปัญญา ถึงยายนี่เอาเปรียบไม่ได้ แค่ได้ดูก็ดีใจอย่างยิ่ง
“หึๆ เจ้ากลัวอะไร มีสิ่งใดที่ทำให้คนดีใจมากกว่าชิงเอาเปรียบได้ก่อน” จินเฟยเหยาเอ่ยพลางหัวเราะหึๆ พอใต้เท้าหลงเห็นว่าต้องนำเหยียนเฮ่าสองพี่น้องและพี่กระจกไปด้วย ตอนนี้มี นางและหวาหวั่นซีนั่งอยู่บนพรมบิน จึงแค่ตามไปห่างๆ ก็พอ
ทว่าสิ้นเสียงนางก็ได้ยินใต้เท้าหลงเอ่ยขึ้นด้านหลัง “พวกเราก็นั่งตรงนี้ สะดวกดี”
หันหน้าไปมองก็เห็นใต้เท้าหลงนั่งลงบนพรมบินแล้ว อีกทั้งยังเป็นตำแหน่งที่จินเฟยเหยานั่งประจำ ส่วนเหยียนเฮ่าสองพี่น้องก็อุ้มพี่กระจกขึ้นมานั่ง ที่นั่งกว่าครึ่ง