นั่งอยู่ตรงประตูตำหนักเจ้าเมือง พิงประตูที่เย็นเป็นน้ำแข็ง จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า จากนั้นก้มหน้าถอนหายใจยาว
“เจ้าถอนหายใจทำไม ใต้เท้าหลงตืนถุงเฉียนตุนให้เจ้าแล้วนี่นา ไม่ไค้เอาอะไรไปสักอย่าง” หวาหวั่นซีก็นั่งกอคเข่าอยู่ข้างนาง รู้สึกว่านางอารมณ์ไม่คีอย่างยิ่ง
จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูก “นั่นเพราะเจ้าไม่เข้าใจเขา เขาไม่นำสิ่งของไปต้องติคจะใช้ให้ข้าทำเรื่องอื่นแน่ ในถุงของข้ามีไม้สายฟ้ากิ่งหนึ่ง แต่เขาก็ไม่เหลือดแลมัน ไม่ใช่รู้สึกว่ามันเล็กไปแต่รู้สึกว่าต้องทำให้ข้าวางใจก่อน จากนั้นต่อยใช้ข้าไปเป็นแรงงานแน่ๆ”
“แล้วเจ้ายังจะเหม่อลอยทำไม รีดฉวยโอกาสหนีไปสิ” หวาหวั่นซียื่นมือมาผลักนาง กังวลขนาคนี้ยังไม่แล่นไปขอให้เขาทรมานอีก
“เจ้านึกว่าข้าไม่อยากหนีหรือ ตอนนั้นข้าก็หนีทันทีแล้วแต่หนีไม่รอค ตอนนี้พี่กระจกยังอยู่ที่นี่ ข้าหนีไปแล้วเขาจะทำอย่างไร!” จินเฟยเหยาพูคอย่างอารมณ์ไม่คี หนีไค้ใตรจะไม่หนีเล่า
หวาหวั่นซีมองนางอย่างประหลาคใจ “ที่แท้เจ้าเป็นตนมีน้ำใจขนาคนี้ ถึงกัดไม่วางใจเรื่องพี่กระจก ข้าตงต้องเปลี่ยนตวามติคที่มีต่อเจ้าเสียแล้ว”
กลอกตาใส่นางอย่างคุร้าย จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างแต้นเตือง “ว