ว่าเป็นฝ่ายใดอย่างนางย่อมไม่มีปฏิกิริยาอะไรกับการถูกชนเผ่าต่อต้าน
เห็นราชันอี้ถู่อารมณ์ไม่ดี จินเฟยเหยาก็ถอนหายใจยาวเอ่ยว่า “ถ้าเจ้าตัดใจจากที่พึ่งพาอย่างเผ่าปิศาจไม่ได้จริงๆ ก็รอไปหาราชันพั่วเทียนวันหลัง เป็นฝ่ายมอบบรรณาการแต่ละปีให้เ เขาส่วนตัว จำไว้ให้เขาเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่มอบให้เผ่าปิศาจทั้งหมด ให้เขาปกป้องการดำรงอยู่ของพวกเจ้า ขอเพียงเจ้าใจกว้างหน่อย เขาหรือเผ่าของเขาก็น่าจะปกป้องเจ้า”
“ต้องให้มากเพียงใด?” ราชันอี้ถู่เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง ถ้าต้องแบ่งอีกสามส่วนห้าส่วนในท้องพระคลังคงไม่เหลืออะไรเลย
จินเฟยเหยาเลิกคิ้วเอ่ยว่า “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าต้องให้มากเพียงใด ถึงอย่างไรก็ห้ามแตะต้องสามส่วนของข้า อื่นๆ ตามแต่เจ้าจะมอบให้”
“…” หลังจากราชันอี้ถู่ได้ยินก็ไม่ส่งเสียง ทำไมจึงมีคนที่เชื่อถือไม่ได้อยู่ทุกแห่งหนนะ ทว่าแบบนี้ก็ได้ ขอเพียงมีเผ่าที่ทรงอำนาจเผ่าหนึ่งคุ้มครองตนเอง พวกเราก็สามารถพัฒนาได ด้อย่างปลอดภัย เห็นท่าทางของราชันเหวินและเผ่าของเขาโดยพื้นฐานคงไม่มีอะไรต้องเจรจากันอีก
คนผู้นี้ดูดเลือด ไปหาราชันพั่วเทียนยังสามารถใช้สิ่งของขับไล่ไปได้ ถ้าไปหาเขาแล้วต้องส่งคนเป็นๆ ไปจะทำให้