มาในดิน คิดถึงว่าเผ่าพิภพพวกนี้ไม่เคยเห็นรากต้นไม้ พอเห็นแบบนี้กะทันหันคงตกใจกลัวจนไม่เป็นสารรูปเสียแปดส่วน
หวาหวั่นซีใช้เล็บฟันรากต้นไม้ที่โผล่ออกมาในอุโมงค์ใต้ดินอย่างต่อเนื่องและเอ่ยเร่งเร้าอย่างกังวล “พวกเรารีบไปเถอะ ไม่เช่นนั้นอุโมงค์ใต้ดินทั้งหมดจะถูกรากต้นไม้กรอกจนเต็ม เมือ องซั่นเหรินก็อาจจะถูกรากต้นไม้ยึดครอง ฉวยโอกาสที่ตอนนี้รากต้นไม้ยังกำลังเติบโต พวกเรารีบกลับไปเร็วหน่อย ไม่เช่นนั้นเมืองซั่นเหรินจะกลายเป็นหลุมต้นไม้”
“เจ้าพูดถูก พวกเรารีบไป” จินเฟยเหยาใช้มือหิ้วเผ่าพิภพคนนี้ขึ้น เรียกทงเทียนหรูอี้ออกมาให้กลายเป็นดาบใบกว้างแนบด้านบนและด้านล่างอุโมงค์อย่างละเล่ม จากนั้นด้านหน้ามีทงเ เทียนหรูอี้เบิกทาง พวกเขาเหาะตามอยู่ด้านหลัง
รอจนพวกนางมาถึงเมืองซั่นเหริน ฉากเบื้องหน้าทำให้จินเฟยเหยารู้สึกอับจนปัญญาอย่างยิ่ง
พื้นที่ว่างสูงสิบห้าจั้งจากพื้นดินไปจนถึงเพดานถ้ำของเมืองซั่นเหรินปรากฏรากไม้กองใหญ่พันเกี่ยว พวกมันบิดตัวร้อยรัดเข้าด้วยกัน บ้านที่จินเฟยเหยาอาศัยอยู่ถูกห่อหุ้มไว้ในน นั้นทั้งหมด เผยออกมาให้เห็นไม่ถึงหนึ่งส่วนสี่ ส่วนรากไม้ที่พันเกี่ยวกัน คนสามสิบคนยังโอบไม่รอบ ราวกับ