งพอเลย”
เผ่าพิภพที่ส่งเสียงเอะอะเงียบกริบทันที มองพวกนางโดยไร้เสียง ไม่มีใครกล้าพูดอีกแม้แต่ประโยคเดียว
จินเฟยเหยามองหวาหวั่นซีแวบหนึ่ง ท่าทางให้นางจัดการเผ่าพิภพจะเหมาะสมจริงๆ แค่ประโยคเดียวก็ทำให้พวกเขาหุบปากสนิท อี้ถู่เห็นรอบด้านเงียบลงจึงเข้ามาถาม “ผู้อาวุโส ตอนนี้พวกเร ราจะทำอย่างไรดี?”
“ลนลานทำไม เจ้าเคยเห็นต้นไม้นี่นา อย่าเลียนแบบคนอื่นๆ สิ เห็นต้นไม้เป็นสัตว์ปิศาจก็ตกใจกลัวจนอุจจาระปัสสาวะราด” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างสงบนิ่ง
เวลานี้รากต้นไม้หยุดงอกแล้ว รวมทั้งหมดใช้เวลาไปสามชั่วยาม คำนวณดูแล้วใช้เวลาไปไม่น้อย ที่นี่จึงกลายเป็นแบบนี้ เกรงว่าเมืองใต้ดินอื่นๆ คงไม่ดีไปกว่าที่นี่เท่าใด
“ผู้อาวุโสโปรดชี้แนะ ทุกคนแตกตื่นลนลานอยู่บ้าง ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องเช่นนี้มาก่อน ต่อไปทุกคนสมควรทำอย่างไร” ราชันอี้ถู่มองนางตาปริบๆ อยากให้นางออกความคิด
จินเฟยเหยากลับโบกไม้โบกมือเอ่ยว่า “ร้อนใจทำไม ขึ้นไปดูบนพื้นดินก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ต้องอาศัยอยู่ใต้ดินแล้ว” จากนั้นนางก็บ่นพึมพำเบาๆ อย่างไม่พอใจอีก “ถ้าบนพื้นดินมีต้นไ ไม้งอก โลกวิญญาณจ้งถู่สามารถเพาะปลูกธัญญาหารได้ เช่นนั้นข้าก็ทำนาโคลนทะเลมาหลายปีอย่างเสียเ