พวกเขาไม่ได้เลย ตอนนี้เมืองใต้ดินที่มีชื่อว่าเมืองเป่ากวงแห่งนี้จึงกลายเป็นค่ายของเผ่ามนุษย์โดยสมบูรณ์ อีกทั้งยังไม่ได้ดูแลรักษา ทำให้ทรุดโทรมจนสูญเสียความหม มายของคำว่าเป่ากวง[1]ไปนานแล้ว
เผ่ามนุษย์ในเมืองกลับมีอยู่ไม่น้อย คนที่คิดจะมาขุดศิลาวิญญาณมีมากมาย คนทั้งสามหาที่ว่างแห่งหนึ่งหยุดลง เหรินเซวียนจือฉุดดึงมือของหวาหวั่นซีอย่างเป็นธรรมชาติ เอ่ยกับจิน นเฟยเหยาว่า “เจ้าไปหาเมล็ดพืชบนแผงแบกะดินที่ผู้บำเพ็ญเซียนตั้งเองก่อน ข้าว่าเจ้าลดพลังบำเพ็ญเพียรลงเป็นขั้นฝึกปราณหรือขั้นสร้างฐาน อาศัยใบหน้าและเสื้อผ้าของเจ้าน่าจะ ไม่ถูกคนดูออก”
“แล้วเจ้าล่ะ?” จินเฟยเหยามองมือของเขาที่ฉุดดึงมือของหวาหวั่นซี เอ่ยถามด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก เหรินเซวียนจือเอ่ยอย่างสงบนิ่ง “ข้าจะพาเสี่ยวซีไปสำนักข้าก่อน ครั้งที่แล้ว ข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงหลบหนีไป คาดว่าสำนักคงสืบหาข่าวคราวของข้าอย่างร้อนใจ ข้าจะพานางไปพบบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องของข้า จากนั้นค่อยไปหาเจ้า”
“พานางไปพบศิษย์พี่ศิษย์น้อง? เจ้านึกว่านางเป็นอะไรกับเจ้า!” จินเฟยเหยายื่นมือไปดึงหวาหวั่นซีมา กลับถูกเหรินเซวียนจือฉุดรั้งไว้ มือคว้าได้อากาศ
จิน