ตามหลักเหตุผลแล้วนางต้องปกป้องข้าจึงถูกต้อง
เหรินเซวียนจือไม่สนใจคำคัดค้านของจินเฟยเหยา ทว่าหันหน้าไปพูดคุยกับหวาหวั่นซีอีก หวาหวั่นซีกลับแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน ในใจรู้สึกว่าจินเฟยเหยาและเหรินเซวียนจือช่างน่าสนุกจร ริงๆ
ระหว่างทางทั้งสองคนเจ้าด่าข้าสองประโยค ข้าว่าเจ้าหลายครั้ง ส่งเสียงเอะอะมาตลอดทางจนถึงที่ตั้งค่ายของเผ่ามนุษย์
มองจากที่ไกลๆ เห็นเมืองดินแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นบนพื้นดินสีแดง กำแพงของเมืองดินถูกหลอมขึ้น แม้แต่แร่ที่อยู่ในนั้นก็ถูกหลอมขึ้นด้วยและปรากฏสีแดงสดใสชนิดหนึ่ง นี่มิใช่ดิน นสีแดงธรรมดา ทว่าเป็นอิฐป้องกันกำแพงเมืองอันแข็งแกร่ง
“นี่คิดจะต่อสู้กันกี่ปี แม้แต่ของแบบนี้ก็ยังหลอมสร้างออกมา คือคิดจะอยู่ยาวสินะ” จินเฟยเหยามองเมืองดินแห่งนี้อย่างหมดวาจา สามเผ่านี้คงลืมพวกเผ่าพิภพซึ่งเป็นเจ้าของเดิ มที่นี่โดยสิ้นเชิง
“พื้นที่มีเพิ่มมากขึ้นเท่าไรก็ถือว่าดีเท่านั้น ไม่มีใครรังเกียจว่าน้อยไปหรอก” เหรินเซวียนจือตอบ
จินเฟยเหยากลับชี้บนพื้นพลางเอ่ยว่า “พวกเจ้าเพิ่งเปิดเส้นทางได้ก็มาแย่งชิงผู้อื่นทันที กวาดม้วนโลกทั้งหมดเข้าสู่สงครามเพื่อคิดจะแย่งชิงสิ่งของ ที่จริงค้าขายกันก็พอ ขอเพี