ม่ยอมรับว่าตนเองผิด สองตาจ้องมองเหรินเซวียนจืออย่างซื่อตรง ไม่ว่าจะมองอย่างไรเรื่องในตอนนั้นก็เป็นความเข้าใจผิดและไม่ได้ตั้งใจทำ ทว่าด้วยความที่หวาหวั่นซีคุ้นเคยกับนาง นางรู้ว่าตอนนั้นจินเฟยเหยาต้องจงใจทำแน่ นางเพียงแสร้งทำไร้เดียงสาและแสดงท่าทางครุ่นคิดเพื่อผู้อื่นอย่างจริงใจเท่านั้น
ถ้าเจ้าเมืองลั่วรื่อไม่ได้หน้าตาแบบนั้น เกรงว่านางคงไม่คิดจะขว้างผงกระตุ้นกำหนัด นางต้องจงใจทำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้แสร้งทำเสียเหมือนเป็นคนละเรื่องจริงๆ ไม่รู้ว่าคนแซ่เหรินจะถูกนางหลอกหรือไม่ หวาหวั่นซีมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา คิดจะดูสิว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายอย่างไร
“น้อยๆ หน่อย เจ้าต้องจงใจแน่ อย่าแสร้งทำท่าทางซื่อใสไร้เดียงสาและสัตย์ซื่อจริงใจเลย ข้าไม่หลงกลหรอก เจ้านึกว่าสัตว์ร้ายจะหาร่างคนดีเข้าสิงหรือ? อย่าลืมว่าพวกเราเป็นคนประเภทเดียวกัน ข้าเคร่งขรึมจริงจัง เจ้าจริงใจไร้เดียงสา นั่นเป็นเรื่องน่าขำที่สุดในโลก ยิ่งเจ้าพูดแบบนั้นก็ยิ่งแสดงว่าตอนนั้นเจ้าจงใจ เจ้าฟังเจตนาของข้าเข้าใจ แต่กลับจงใจบิดเบือนความจริงมาจัดการข้า!” เหรินเซวียนจือไม่หวั่นไหวเลยสักนิด ถึงจินเฟยเหยาแสร้งกระพริบดวงตาสดใสเป็นประกายแสร้งทำเป็นใสซื่อ