กลอกตาใส่นาง หลังจากลุกขึ้นก็มองหวาหวั่นซี ระหว่างนั้นหวาหวั่นซีไม่ได้พูดอะไรเลยสักประโยค นั่งมองพวกเขาอยู่เงียบๆ อยู่แบบนั้น เขารู้แค่พวกนางต้องถ่ายทอดเสียงหากันแน่ แต่พูดคุยกันเรื่องอะไรไม่กระจ่างชัด ตั้งใจคิดจะพูดกับหวาหวั่นซีสักประโยค แต่กลับถูกสายตากีดกันคนไว้ห่างพันหลี่ของนางไล่กลับไป
วันเวลาข้างหน้ายังอีกยาวไกล
เหรินเซวียนจือจึงหมุนตัวจากไป ไปดูเพลิงพิภพกับจินเฟยเหยา เขายืนอยู่ข้างหลุมเพลิงพิภพกว้างห้าจั้ง อดเอ่ยไม่ได้ว่า “ยายโง่ เส้นทางเพลิงพิภพกว้างแค่จั้งเดียวก็พอ เจ้าทำเสียใหญ่ขนาดนี้ คิดจะติดตั้งเตาเพลิงพิภพขนาดใหญ่เพียงใด!”
เข้าใจผิดหรือ? จินเฟยเหยาเอ่ยถามอย่างสงสัย “เตาพิภพเตาหนึ่งที่เจ้าว่ามีขนาดใหญ่เพียงใด? ไหนบอกว่าในสำนักมากมายต่างมีเตาเพลิงพิภพหลายสิบเตา ให้ศิษย์ขั้นฝึกปราณใช้สอยโดยเฉพาะ แค่หนึ่งจั้งจะเพียงพอกับเตามากมายขนาดนั้นหรือ?”
“แน่นอน นี่คือเพลิงพิภพ มีได้ทุกเมื่อและมีให้ใช้ไม่หมดสิ้น กว้างเพียงหนึ่งจั้งก็สามารถรองรับห้องหลอมอาวุธได้ยี่สิบห้อง เจ้าขุดใหญ่ขนาดนี้ คิดจะสร้างห้องหลอมอาวุธมากเพียงใด!” เหรินเซวียนจือมองนาง คนผู้นี้ไม่เคยใช้ห้องหลอมอาวุธเลย