ียกว่าเรื่องเล็ก เช่นนั้นการดึงพลังของนางก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กสำหรับนางใช่หรือไม่
จินเฟยเหยาพบว่าตนเองเพิ่งพูดไปประโยคเดียว เหรินเซวียนจือก็มีสีหน้าน่าเกลียดอีก นางมองหวาหวั่นซีอย่างไม่เข้าใจและถ่ายทอดเสียงไปถาม “เจ้าว่าหมอนี่ถูกคนชิงร่างหรือไม่ ทำไมพอเห็นข้าก็อยากฆ่าคน ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“นี่เจ้าหาเรื่องใส่ตัวเอง เจ้าเมืองลั่วรื่อที่เจ้าบรรยายมีหน้าตาแบบนั้น เจ้ายังสาดผงกระตุ้นกำหนัดไปกำมือหนึ่ง อีกทั้งหลังจากฟังเจ้าเล่าแล้ว เมืองลั่วรือทั้งหมดถูกทำลาย ผู้บำเพ็ญเซียนถูกสังหารทิ้ง เขาคงดึงพลังเจ้าเมืองนั่นจริงๆ เสียแปดส่วน อับอายจนกลายเป็นโทสะจึงสังหารคนทั้งหมด เจ้าว่าเขาไม่แค้นเจ้าได้หรือ?” หวาหวั่นซีถอนหายใจ ถ่ายทอดเสียงกลับไป
“หา!” จินเฟยเหยามองนางอย่างประหลาดใจ เอ่ยถึงพึมพำ “เป็นเงื่อนไขที่เขาเสนอกับข้าเองชัดๆ ต้องหารให้ข้าช่วยทำให้เขาดึงพลังเจ้าเมืองลั่วรื่อนั่น เจ้าเมืองนั่นหน้าตาอัปลักษณ์ข้าก็ไม่ได้เป็นคนให้กำเนิดเสียหน่อย เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย! อีกทั้งก่อนหน้านี้เขาพูดตลอดว่า เจ้าเมืองคนนั้นเป็นคนงามเลื่องชื่อ ข้ายังนึกว่ารสนิยมของเขาค่อนข้างฮาร์ดคอร์ผิดกับคนธรรมดาเท่านั้น”
……