ามาร และเผ่าปิศาจไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าได้” ดวงตาของราชันเหวินจ้องมองหวาหวั่นซีแน่วนิ่ง โทสะที่คนในเผ่าถูกสังหาร ดินแดนถูกยึดครอง ทำให้เขาจับจ้องหวาหวั่นซีซึ่งเป็นเผ่ามนุษย์คนเดียวในที่นั้น
จินเฟยเหยาเห็นสายตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นพลันมีปฏิกิริยา ถึงหวาหวั่นซีเป็นหุ่นเชิด ทว่าผู้อื่นเห็นนางเป็นเผ่ามนุษย์ ดังนั้นนางจึงยืนขึ้นเอ่ยว่า “ในเมื่อราชันเหวินมีเรื่องสำคัญ ท่าทางงานเลี้ยงจะสิ้นสุดแล้ว พวกเราคงไม่รบกวนต่อ ขออำลาก่อน” เอ่ยจบนางก็ส่งสายตาให้หวาหวั่นซี คิดจะพานางกับพั่งจื่อจากไป
ทว่าราชันเหวินยืนขึ้นลอยห่างจากพื้นมาขวางเบื้องหน้านางไว้ “เจ้าไปได้ แต่เผ่ามนุษย์คนนี้ต้องรั้งอยู่”
“อาศัยอะไร?” จินเฟยเหยาเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
“อาศัยที่นางเป็นเผ่ามนุษย์ เป็นศัตรูกับเผ่าปิศาจเรา นางสังหารคนในเผ่าข้า ตอนนี้เผ่ามารและเผ่ามนุษย์ทั้งสองเผ่าเกิดการสู้รบกับพวกเราแล้ว เจ้ามีฐานะเป็นเผ่าปิศาจ หรือว่าจะปกป้องเผ่ามนุษย์คนนี้!” ราชันเหวินมีท่าทางยืนกราน พูดจากดดันโดยไม่ยอมถอยให้เลยสักนิด
จินเฟยเหยาเอ่ยเสียงเย็นชาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “นางเป็นคนของข้า ข้าไม่สนใจว่านางจะเป็นเผ่าใด ขอเพียงเป็นคนของข้า