เช่นนั้นในป่ายอดเขาศิลาแห่งนี้คงมีวงเวทกักปิศาจเพิ่มมาอีกอัน”
“เจ้าเห็นว่าข้าโง่หรือ ข้าจะบอกเรื่องนี้ออกไปได้อย่างไร ขอเพียงพวกเจ้าไม่พูดก็นับว่าดีแล้ว” จินเฟยเหยามีโทสะอย่างยิ่ง สิ่งที่อันตรายที่สุดในตอนนี้คือตนเองตกลงไหม เจ้าสองคนนี้ก็มิใช่ตัวดีอะไร
“ไปเถอะ อย่าอาละวาดเลย” ปู้จื้อโหยวที่อยู่ข้างนอกใช้มือผลักนาง จากนั้นบอกจู๋ซวีอู๋อีกว่า “ท่านเกรงใจนางเกินไป คนอย่างนางถ้าไม่ทุบตีก็ไม่เชื่อฟัง ต้องเตะสักหลายทีถึงจะเอาอยู่หมัด”
“อา! คิดไม่ถึงว่ายังมีกระบวนท่านี้ ข้าคลุกคลีกับคนชั่วอย่างนาง ชื่อเสียงของตนเองจึงเสียไปด้วย ที่แท้เป็นเช่นนี้” จู๋ซวีอู๋มีสีหน้ารู้แจ้ง อดพยักหน้าไม่ได้
จินเฟยเหยามองพวกเขาสองคนอย่างมีโทสะ “พวกเจ้าสองคนเกินไปแล้วนะ!” ไม่รอให้นางด่าทอเพิ่ม ปู้จื้อโหยวก็ยิ้มชั่วร้ายแล้วผลักให้นางเดินไป
ภายใต้การนำของจู๋ซวีอู๋ คนทั้งสองเหาะไปยังตำหนักหลักของสำนักหลิงเถี่ยว หากมิใช่มีจู๋ซวีอู๋นำทาง ทว่าให้พวกเขาสองคนหาตำหนักหลักเอง นั่นจึงเป็นเรื่องยุ่งยากโดยแท้ ไม่ว่าใครคงคิดไม่ถึงว่าตำหนักหลักของสำนักหลิงเถี่ยวจะเป็นเพียงบ้านไม้เล็กๆ เรียบง่ายหลังหนึ่ง อีกทั้งยังตั้งอยู่บนยอดเ