หอเซี่ยจึงเชิญพวกเขามาช่วยเหลือ”
คิดไม่ถึงว่าอยู่ที่สำนักตงอวี้หวงจู๋ซวีอู๋ทำตัวราวกับเด็กน้อยไม่รู้ความ อยู่ที่สำนักหลิงเถี่ยวกลับทำตัวปกติขนาดนี้ นึกว่าเจ้าหมอนี่ไร้หัวคิดไปทั่วเสียอีก ที่แท้บุคคลแตกต่างกัน เขาไม่เกรงกลัวสำนักตงอวี้หวง แต่กลับเกรงกลัวคนของสำนักหลิงเถี่ยว
แต่คิดๆ ดูแล้ว เจ้าสำนักตงอวี้หวงคือศิษย์พี่ของเขา มีพลังบำเพ็ญเพียรแค่ขั้นกำเนิดใหม่ ทว่าเจ้าสำนักของสำนักหลิงเถี่ยวมีพลังบำเพ็ญเพียรขั้นแปลงจิต ดูท่าทางแก่ชรานั่นสิ คาดว่าเป็นผู้อาวุโสของเขาเสียแปดส่วน
“คารวะเจ้าสำนัก” จินเฟยเหยาและปู้จื้อโหยวก้าวเข้าไปคารวะ
“สหายเซียนทั้งสองเดินทางพันหลี่มาถึงที่นี่ ยินยอมช่วยเหลือสำนักหลิงเถี่ยวเรา ข้าขอขอบคุณมา ณ ที่นี้” หลังทำตามพิธีรีตองจบ เจ้าสำนักก็ให้พวกเขานั่งลงและเอ่ยวาจาเกรงอกเกรงใจตามธรรมเนียมเล็กน้อย
เวลานี้มีผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ ถามว่า “เจ้าสำนัก เมื่อครู่ยังไม่ได้เอ่ยถึงธุระสำคัญ ข้าคิดจะถามดูสักหน่อย การช่วยเหลือนี้จะให้ช่วยเหลืออย่างไร?”
เจ้าสำนักของสำนักหลิงเถี่ยวครุ่นคิดว่าวันนี้คงไม่มีผู้บำเพ็ญเซียนมาอีกจึงเอ่ยว่า “เส้นทางที่พวกเราพบมีรอยแยกช่องว่างหลายสายขัดขวาง