กินตนเองก็ไม่ต้องล่วงเกินใคร จินเฟยเหยาคิดถึงตรงนี้ อดหนาวเหน็บไม่ได้ ถ้าตนเองเหาะขึ้นไป มิใช่เจ้าตัวกินจุสองตัวนอนมองอาหารเลิศรสอยู่ตรงประตู สุดท้ายกินกันเองหรือ!
“คิดอะไรอยู่? จริงจังขนาดนี้” ปู้จื้อโหยวพลันเห็นสองตาของจินเฟยเหยาไร้ประกายอีกทั้งสีหน้ายังซีดขาว แม้แต่เหงื่อยังออกจึงเอ่ยถามอย่างห่วงใย
จินเฟยเหยาได้สติคืนมาปาดเหงื่อบนหน้าผากเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวล “เจ้าว่าต่อไปข้าจะกินก้นของตนเองหรือไม่?”
“…” ปู้จื้อโหยวตกตะลึง ไม่รู้เลยว่าต้องต่อบทสนทนานี้อย่างไร เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเทาเที่ยในแดนสวรรค์กินก้นของตนเอง
ดังนั้นเขาจึงเตะก้นจินเฟยเหยาและด่าทออย่างไม่สบอารมณ์ “คิดบ้าบออะไรอยู่! หัดฝึกสมองตอนเจ้าฝึกบำเพ็ญหน่อยได้หรือไม่ ยิ่งมายิ่งโง่”
“สิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริงนะ ข้ากังวล” จินเฟยเหยาโต้กลับอย่างไม่ยินยอม
“ไปห่างๆ เลย คร้านจะฟังของพรรค์นี้ ถ้าต่อไปเจ้ากินก้นของตนเอง อย่าบอกว่ารู้จักข้านะ” ปู้จื้อโหยวโบกไม้โบกมือให้นางอย่างรังเกียจ
“เชอะ ไร้คุณธรรม”
เนื่องจากที่นี่อยู่ใกล้กับสำนักหลิงเถี่ยว ถ้ายังเดินไปข้างหน้าต