จินเฟยเหยาเหล่มองเขา เอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร หรือว่าเมื่อก่อนข้าเลวร้ายมาก?”
“เปล่า ข้าแค่รู้สึกว่าเจ้ายากจนขนาดนี้ มีสิ่งของล้ำค่ากลับไม่นำมาแลกเงิน” ปู้จื้อโหยวหัวเราะหึๆ
“เจ้านึกว่าข้าไม่อยากขายหรือ ข้าเพียงจัดการแทนผู้อื่นเท่านั้น” จินเฟยเหยาเบ้ปาก ถ้านำมาขายได้ ขายคนละฉบับเพียงหนึ่งศิลาวิญญาณชั้นกลางก็ทำเงินได้มากมาย
ปู้จื้อโหยวจึงถามตรงๆ “เจ้ารับรางวัลมาเท่าใดจึงช่วยผู้อื่นทำเรื่องนี้?”
“เจ้าว่าอะไรนะ!” จินเฟยเหยาเบิกตาโตมองดูเขาแล้วตบโต๊ะตะโกนทันทีราวกับนึกเรื่องอะไรขึ้นได้ “แย่แล้ว! ตอนนั้นข้าลืมขอรางวัล ยังไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย ทำไมข้าถึงลืมไ ได้นะ ดูเหมือนจะรีบไปดังนั้นจึงไม่ได้คิด”
“ยายโง่” เห็นท่าทางหงุดหงิดของนาง ปู้จื้อโหยวหัวเราะอย่างเบิกบาน
หลังถูกจินเฟยเหยาถลึงตาใส่อย่างรุนแรงหลายครั้ง เขาจึงกลั้นหัวเราะ ตบกระจกสภาพโลกวิญญาณพลางเอ่ยถาม “เจ้าคิดจะส่งออกไปอย่างไร ทำเป็นแผนที่กระดาษหนังแผ่นหนึ่งแทรกไว้ในซื่ อเต้าจิงหรือทำเป็นป้ายหยกส่งให้ฟรี ถ้าจะใช้ป้ายหย