แทบตาย!” จินเฟยเหยากลับคฤหาสน์อินอย่างเดือดดาล เห็นอินเยวี่ยที่ประชุมเสร็จกลับมาแล้วก็ด่าทอทันที
อินเยวี่ยได้ยินผู้ดูแลเล่าเรื่องนี้แล้วจึงยิ้มแย้ม “พวกเขาเพิ่งไปจากโลกวิญญาณโหยวอวิ๋นวันนี้ เจ้าไปปล้นพวกเขาระหว่างทางดีกว่า นอกจากหนังสุกรผีเสื้อหยกแล้ว ยังมีของดีๆ อย ย่างอื่นอีกมากมาย”
จินเฟยเหยากลอกตา “เจ้านึกว่าข้าไม่รู้หรือ ข้าเคยสอบถามแล้ว ในกลุ่มคนของโลกวิญญาณเหอเซี่ยมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตเดินทางมาด้วย อีกทั้งยังไม่ได้มาเพียงคนเดียว ซื้อ อของมากมายขนาดนี้จะไม่พาคนมาคุ้มครองได้อย่างไร เจ้าหลอกใช้ข้าให้น้อยๆ หน่อย ข้าไม่ติดกับหรอก”
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ครั้งนี้ข้าจะส่งอัคคีเมฆากลับโลกวิญญาณน้ำพุเหลือง ไปเป็นเพื่อนเจ้าปล้นชิงไม่ได้” อินเยวี่ยโบกไม้โบกมือ เอ่ยด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“เจ้ายังติดค้างกระดูกสัตว์ปิศาจขั้นเก้า คิดไม่ถึงว่าจะหนีกลับบ้านเก่า หนังสุกรผีเสื้อหยกหมดแล้ว ถ้าไม่ให้กระดูกสัตว์ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆ” พอจินเฟยเหยาได้ฟัง ตนเองยุ่ง งอยู่ตั้งนานกลับไม่ได้อะไรเลย
แบบนี้ไม่ได้ เนื่องจากเรื่องครั้งที่แล้ว หวาหวั่นซีจึงไม่มีวัสดุดีๆ ในการสร้างร่างกายมาตลอด ตอนนี้มีแต่ศีรษะ ขอเพียงนำออกมาก็