ติดตามเจ้าอยู่ในโลกวิญญาณเทียนตี้มาสองปีแล้วนะ” จินเฟยเหยายื นอยู่บนเส้นทางภูเขาสายหนึ่ง เท้าสะเอวเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
ในระหว่างสองปีนี้ นางติดตามอินเยวี่ยร่อนเร่ไปทั่ว ที่ใดมีคนตายที่นั่นย่อมมีเงาร่างของพวกเขา บางครั้งจินเฟย เหยาก็รู้สึกว่าถ้าตนเองไปหาเต่าทลายคลื่นเกรงว่าคงได้ไปโลกวิญญาณโหยวอวิ๋นนานแล้ว ไม่ต้องลากถ่วงเวลานานข ขนาดนี้
อินเยวี่ยกางร่มมองดูนาง เล่นสนุกอย่างเบิกบานใจชัดๆ ยังพูดว่าลากถ่วงเวลามานานขนาดนี้
“ตามที่ได้ยินมาภายในคฤหาสน์อีกแห่งหนึ่งของท่านอ๋องเบื้องหน้า ปลูกดอกลั่วเสีย หลังนำกลีบดอกไปตากแดดให้แห้ง สามารถต้มน้ำดื่มได้ นอกจากบำรุงรูปโฉมแล้วกลิ่นหอมยังอบอวลอยู่สามวันไม่จางหายไป” อินเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมองคฤหา าสน์หลังใหญ่แห่งหนึ่งที่ถูกต้นไม้กิ่งก้านเขียวชอุ่มบดบังไปกว่าครึ่งบนยอดเขา
จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูก “ชาดอกไม้อะไรกัน ข้าไม่สนใจสิ่งนี้หรอก ถ้าเจ้าคิดจะเด็ด เจ้าก็ลงมือเอง เพื่อกลีบ บดอกไม้เล็กน้อยก็ต้องฆ่าคน เรื่องแบบนี้ข้าทำไม่ลง”
อินเยวี่ยมองนางแล้วหัวเราะ “ไม่รู้ว่าใครกันนะ สังหารคนไปเกือบร้อยเพื่อสุกรลายจุดไม่กี่ตัว”
“เนื้อกับกลีบดอกไม้จะเอามาเปรียบกันได้อย่