้าดูเร รื่องพวกนี้ไม่ได้ ถ้าอย่างไรสหายเซียนจินก็ครุ่นคิดเอาเอง ข้ายังมีธุระต้องขอตัวก่อน”
“มีคนตายมากมาย เจ้ามาเก็บวิญญาณมิใช่หรือ เรื่องนี้ข้าช่วยเจ้าได้” จินเฟยเหยาไม่ขัดเขินเลยสักนิด ยังมองเขาอย ย่างไม่ยอมหลีกทางให้ดังเดิม
อินเยวี่ยพูดอย่างชัดเจนขนาดนี้จินเฟยเหยายังพัวพันเขา ทำให้คนอดสงสัยว่านางมีเรื่องอะไรหรือไม่ ดังนั้นอิน นเยวี่ยจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “สหายเซียนจิน เจ้ามีเรื่องอะไรอยากให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องที่ข้าทำได้ เจ้าก็ว่ามาเถอะ”
จินเฟยเหยามองอินเยวี่ยด้วยสองตาเป็นประกาย “สหายเซียนอิน ข้าจะพูดตรงๆ นะ เจ้าใช้สิ่งใดเดินทางมาโลกวิญญาณเที ยนตี้?”
“อ้อ เจ้าถามถึงเรื่องนี้ หรือคิดจะหยิบยืมเส้นทางที่ข้ามาไปจากโลกวิญญาณเทียนตี้” อินเยวี่ยเข้าใจความคิดของนา างทันที มิน่าเล่าจึงพัวพันไม่ยอมจากไปมาตลอด
“อืม ใช่”
“อืม…” อินเยวี่ยครุ่นคิดอย่างลังเลและสอบถามนางว่า “สหายเซียนจินอยากไปโลกวิญญาณซั่งเยี่ยหรือโลกวิญญาณน้ำพ พุเหลือง? พวกมันเป็นโลกวิญญาณสองใบที่อยู่ใกล้ที่สุด”
“ไม่ไปโลกวิญญาณซั่งเยี่ย” พอได้ยินว่าสถานที่ที่ใกล้ที่สุดคือโลกวิญญาณซั่งเยี่ย จินเฟยเหยาก็ส่ายศีรษะอย่าง งรวดเร็ว