น้ำใจหรือไม่ก็สามารถทำให้ตนเองตายไปโดยไม่เสียใจ
ในเวลานี้เอง จินเฟยเหยาที่เพิ่งได้กลิ่นก็มาตามหาซูโม่โม่ นางเดินมาถึงตำหนักใหญ่อย่างเอ้อระเหยก็เห็นทรวงอกของซูโม่โม่มีกระบี่ปักอยู่และล้มลงในอ้อมอกของราชันภูติอย่างกะทันหัน
“เอ๋?” นางหยุดฝีเท้าจ้องมองซูโม่โม่หลายครั้ง พลันร้องตะโกนลั่น “อ๊า! นี่เจ้าสารเลวคนใดทำ!”
จินเฟยเหยารีบพุ่งเข้าไป ใช้เท้าเตะราชันภูติออกไปไกลสิบกว่าจั้งและแย่งซูโม่โม่มาจากอ้อมอกของเขา
ทุกคนเห็นราชันภูติถูกเตะกระเด็นออกไปอย่างงุนงง จากนั้นสถานที่ซึ่งองค์หญิงผิงอันล้มลงกับพื้นก็ปรากฏสตรีเผ่ามารคนหนึ่ง เวลานี้ซูโม่โม่กำลังจะเปิดเผยความในใจต่อราชันภูติ คำพูดมาถึงปากแล้วราชันภูติกลับถูกเตะออกไป
ซูโม่โม่ร้อนใจ คำพูดที่มาถึงปากจึงกลายเป็นโลหิตสดพ่นใส่ทรวงอกจินเฟยเหยา
“เจ้าอย่าพูดเลย เจ้าวางใจ ข้าจะไม่ให้เจ้าตายไปแบบนี้แน่!” จินเฟยเหยาอุ้มซูโม่โม่ ใต้เท้าใช้พลังวิญญาณ คนก็พุ่งทะลุหลังคาออกไป
“ราชันภูติ…ข้ามีคำพูดอยากบอกเขา!” ซูโม่โม่ที่เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง
แต่จินเฟยเหยาในยามนี้เพลิงโทสะจู่โจมหัวใจ อุ้มนางพุ่งไปยังสวน สองมือโอบกอดนางแนบแน่นและถ่ายเทพลังวิ